วิถีเพลย์บอยเอ็นจอยทุกรู

เรื่องเสียว วิถีเพลย์บอยเอ็นจอยทุกรู ผมนอนหงายอยู่บนเตียงในม่านรูดข้างมหาวิทยาลัยในสภาพล่อนจ้อน กลางหว่างขามีสาวสวยหุ่นแซบชื่อน้องข้าวหอมกำลังก้มหน้าก้มตาโยกหัวดูดควยขึ้นๆ ลงๆ ไม่หยุด ริมฝีปากบางเม้มกับหัวควยแดงก่ำแล้วดูดจนแก้มตอบ

“อูยยย ใช้ปากบนดูดเก่งขนาดนี้ สงสัยปากล่างคงดูดเก่งไม่แพ้กันแน่ๆ” ผมคราง แกล้งกดหัวสาวหน้าใสจนปากหุ้มท่อนควยยาวถึงโคน

น้องข้าวหอมดิ้นรนตีหน้าขาผมใหญ่ เพราะตอนนี้หัวเงี่ยงบานกำลังอัดอยู่กับคอหอย แทบจะลงคอน้องข้าวหอมอยูรอมร่อ ผมยิ่งกดแรงขึ้นอีกเพื่อให้ท่อนควยใหญ่ยาวลงลึกสมใจ ความเสียวเวลาหัวควยถูกรัดในลำคอเล็กๆ มันเสียวเกินจะบรรยาย ยิ่งตอนน้องข้าวหอมกลืนมันยิ่งรัดหัวควยเสียวน้ำแทบแตก “โอ๊ยๆๆๆ”

น้องข้าวหอมหยิกขาผมเต็มแรงจนผมต้องยอมปล่อย พอหลุดออกเป็นอิสระสาวน้อยก็รีบดันตัวออกดึงควยหลุดจากปาก “แค็กๆๆ!!! ไอ้พี่ชลบ้า! ควยลงคอข้าวหอมซะหายใจไม่ออกเลย ถ้าเล่นบ้าๆ แบบนี้อีกข้าวหอมไม่ให้เย็ดหีแล้วนะ”

น้องข้าวหอมหัวเสียแต่ผมกลับชอบเพราะกับแฟนผมทำแบบนี้ไม่ได้น่ะสิ ถ้าขืนทำได้ทะเลาะกันตายแน่ “น่านะข้าวหอม อย่างอนพี่เลยน่ะ พี่อึดอัดมานานกว่าจะได้ทำสักที” ผมง้อดึงตัวน้องข้าวหอมลงมานอนหงาย ผมมองสำรวจเรือนร่างเพื่อนแฟนคนนี้อย่างหื่นกระหาย

ข้าวหอมเป็นคนที่จัดว่าหน้าตาสวยเลยทีเดียว หน้าตาจิ้มลิ้มคิ้วหนา ตาทั้งคู่แข็งกร้าวแบบสาวมั่นแต่มันกลับไม่น่ากลัวเลยสักนิด ตรงข้ามมันกลับทำให้คนที่มองหยุดมองไม่ได้ หุ่นเพรียวบางขาวหมดจดมีเอวคอดและบั้นท้ายงอนน่าจับกระแทก และถึงตัวจะเล็กแต่นมทั้งสองเต้าของน้องข้าวหอมกลับใหญ่เกินตัว มันดูกลมสวยและใหญ่เต็มไม้เต็มมือผมมากๆ แทบจะเรียกได้ว่าเต้าในฝันเลยทีเดียว

ผมช้อนร่างท่อนบนขึ้นมาก้มดูดเม็ดกลมสีแดงบนยอดเต้า มันชูชันแข็งเป็นไตจากอากาศหนาวในห้องยิ่งทำให้ผมหมั่นเขี้ยวออกแรงขบและดูดที่หัวจนน้องข้าวหอมส่งเสียงคราง “อา…พ-พี่ชลมาถึงก็เล่นนมเลยเหรอ ข้าวหอมเสียวนะพี่ ซี๊ดดด อูยยย พอก่อนใส่ถุงยางก่อน ข้าวหอมเงี่ยนแล้ว” น้องข้าวหอมดันหน้าผมออกจากเต้าแล้วเอี้ยวตัวไปหยิบถุงยางที่หัวเตียงยื่นมาให้ผม

ผมรับมันมาฉีกซองสวมแล้วขยับขึ้นไปจูบปากน้องข้าวหอมอย่างร้อนแรง ลิ้นของเราตวัดพันกันในพริบตา ต่างคนต่างดูดดุนกันด้วยความกระหายอยาก ข้าวหอมชันเข่าขึ้นแบะขาออกเป็นสัญญาณร้องเรียกให้เย็ด พอเห็นว่าสาวน้อยเงี่ยนจัดแล้วผมก็ทำในสิ่งที่เป็นกฎข้อห้ามของเราสองคน ผมจับท่อนควยรูดเอาถุงยางออก เอาท่อนควยเปล่าไปจ่อกับปากร่องแดงแล้วยัดพรวดเดียวเย็ดสดมิดด้าม

“ว้าย!!! ซี๊ดดด ชนมดลูกข้าวหอมเลยพี่ชล อูยยย เย็ดกี่ทีก็ยังเสียวไม่หาย” “งั้นก็ร้องออกมาดังๆ เลยนะข้าวหอม” ผมดึงข้าวหอมมาดูดปากต่อ ค่อยๆ ขยับเอวแทงควยเข้าออกช้าๆ จนเครื่องติด

ผมทั้งบีบทั้งเค้นเต้าคู่สวยอย่างเมามัน ควยก็ไม่หยุดกระเด้า น้องข้าวหอมเชิดหน้าเสียวส่งเสียงร้องไม่หยุด แอ่นเต้าทั้งคู่ให้ผมได้สัมผัสมันทุกส่วน แขนทั้งสองข้างคล้องคอกอดไม่ปล่อย เราแทบจะแอ่นเอวเข้าหากันเป็นจังหวะเดียวอย่างกับใช้เส้นประสาทร่วมกัน

“ซี๊ดดดด เย็ดแรงๆ เลยพี่ชล ข้าวหอมเงี่ยน เอาให้หีข้าวหอมแหกเลย อ๊ายยยย!!!”

ผมเร่งกระแทกหนัก เร่งจังหวะให้เสร็จพร้อมกัน เราสองคนกำลังจะถึงฝั่งฝัน ยิ่งใกล้ถึงแรงตอดในร่องยิ่งค่อยๆ ดูดหนักขึ้นทุกครั้งที่ผมกระแทกควยใส่ ผมเปลี่ยนจังหวะเป็นสาวยาวๆ ชักควยออกมาเกือบหลุด น้องข้าวหอมแอ่นสะโพกขึ้นตามกลัวมันจะหลุดออก แต่ผมกลับแทงสวนเข้าไปมิดในจังหวะที่น้องข้าวหอมแอ่นขึ้นมาสุด ปึก!!!

“อ๊า!!!!!” น้องข้าวหอมร้องลั่นตัวเกร็งกระตุก รูหีตอดหนึบเป็นจังหวะยาวๆ ผมรู้สึกได้เลยว่าหัวควยชนเข้ากับปากมดลูกอย่างจัง ผมจับเอวคอดล็อคแน่นให้สาวน้อยอยู่นิ่งๆ แล้วฉีดลูกๆ นับล้านแตกในเข้าไปในช่องคลอดในสภาพเมือกอุ่นข้นสีขาวครีม

“อี๊ยยยยยย!!!” น้องข้าวหอมทำหน้าตกใจตาโตแล้วต้องกัดฟันร้องเสียงหลงอีกเป็นรอบที่สอง มือตบลงบนเตียงจิกเล็บขยุ้มจนยับย่น รูหีที่ตอดช้าๆ หนักๆ กลับตอดถี่ขึ้นแถมยังดูดแรงกว่าเดิมจนผมต้องแอ่นสุดตัวปล่อยน้ำเงี่ยนที่สะสมเอาไว้ทั้งหมดออกมา

พรืดดดด พรืดดดดด พรืดดดดดดด

ผมแทบล้มทั้งยืน ตั้งแต่เย็ดมายังไม่เคยเสียวขนาดนี้มาก่อน ข้าวหอมก็คงเหมือนกันเพราะตอนนี้สาวสวยนมใหญ่กำลังหลับตาเม้มปากทำหน้านิ้วคิ้วขมวดตัวสั่นระริกเป็นลูกนกเปียกฝน มือก็ยังกำผ้าปูที่นอนแน่นไม่ยอมปล่อย

“อา….” ผมครางหนักๆ ล้มตัวลงนอนบนร่างนุ่มหลังจากปล่อยกระสุนกาวเข้าไปหมดแม็ก จับคางสาวเปรี้ยวที่กำลังหอบอยู่ให้หันมารับจูบ “อืมมม” ข้าวหอมไม่ได้ขัดขืนหรือจูบตอบ จนเริ่มหายเสียวน้องข้าวหอมก็ดันหน้าอกผมใช้สายตาดุจ้องมองมาแล้วพูดเสียงเรียบๆ “ทำไมถอดถุงยางออกพี่ชล”

“ก็ข้าวหอมทั้งสวยทั้งแซ่บขนาดนี้ใครจะอดใจไหว เสียดายแทนอาร์มจริงๆ ที่ทิ้งคนน่ารักขนาดนี้ได้” ผมก้มลงกระซิบก่อนจะจูบอีกครั้งแต่คราวนี้น้องข้าวหอมหันหลบ

“บอกแล้วไงว่าอย่าพูดถึงมันอีก…ไม่ต้องมานอกเรื่องเลย บอกแล้วไงว่าอย่าแตกใน ถ้าท้องขึ้นมาทำไง” น้องข้าวหอมหยิกผมไปทั่วทั้งตัวจนผมต้องจับข้อมือทั้งสองข้างกดติดเตียง “ปล่อยนะ ข้าวหอมจะหยิกให้ตัวเขียวเลย คอยดูนะถ้าท้องจะแฉแฟนพี่ให้หมดเลยว่าพี่ได้ใครมาบ้าง” “ครั้งนี้พี่ซื้อยาคุมให้ ไม่ต้องกลัวท้องหรอก” ผมตอบส่งๆ ก่อนจะก้มลงจูบและดำเนินเกมรักต่อ…ใครจะซื้อยาคุมให้โง่ล่ะ หุ่นอย่างนี้น่าทำให้มีลูกมากกว่า…

อ่านมาถึงตรงนี้คงงงว่าเรื่องมันเป็นยังไงมายังไงและใครบ้างที่ผมฟันไปแล้ว ผมจะเล่าย้อนให้ฟังเป็นเรื่องสั้นจบในตอนเลยก็แล้วกันนะครับ

เรื่องมันเกิดในตอนที่ผมกับเพื่อนไปกินเหล้ากันนอกมหาวิทยาลัย มันเป็นคืนเดือนดับที่บนฟ้าไม่มีแม้แต่แสงดาว ผมไปกับเพื่อน 4 คน มี ตาล แจน วุธ เรากินเหล้ากันชนิดที่ว่าเทหมดๆ อย่างกับกินน้ำเพราะเพิ่งผ่านช่วงสอบมา แต่ผมกับวุธไม่ค่อยกินเพราะต้องพาสองสาวกลับหอด้วย เรื่องมันเกิดตอนไปส่งหอนี่แหละ ไอ้วุธไปส่งแจน ส่วนผมไปส่งไอ้ตาล ขับกันไปคนละคัน ไอ้วุธมันขับรถเร็วอยู่แล้ว พอเข้ามาในมหาวิทยาลัยได้ก็บึ่งรถไปไม่รอผมเลย ทิ้งให้ผมต้องค่อยๆ ขับเพราะไอ้ตาลเมามากแทบนั่งไม่ไหว

ผมให้มันกอดเอวผมกันหล่นมอเตอร์ไซค์ ขับไปก็ต้องคอยระวังไม่ให้มันหล่น ต้องคอยจับมือมันให้อยู่กับเอวผมตลอดเลยต้องขับรถมือเดียว ขออธิบายรูปร่างมันก่อนนะครับ ไอ้ตาลมันเป็นคนตัวเตี้ย สูงแค่ 158 แต่หุ่นอวบชนิดมีน้ำมีนวลไปทั้งตัว ผิวขาว ผมยาวรวบเป็นหางม้า และที่สำคัญนมมันใหญ่มากขนาดว่ามองด้วยตาก็รู้ว่าล้นมือ

ตอนผมขับไปส่งมันแล้วมันกอดซบอยู่ข้างหลังเลยรู้สึกได้เต็มๆ ว่านมมันเบียดเข้ามาเต็มๆ ทั้งนิ่มทั้งใหญ่จนผมเกิดเงี่ยนขึ้นมา แต่ไม่รู้จะทำยังไงดี ผมขับไปคิดไปรถก็ขึ้นเนินสะดุดทำให้นมไอ้ตาลกระแทกหลังผมเต็มๆ ยังไม่พอมือมันยังไถลลงจากเอวไปจับโดนควยแข็งๆ ของผมพอดี

“อืม…แข็งแล้วเหรอ…แด๊ก” ไอ้ตาลเพ้อชื่อแฟนมันแล้วก็คว้าหมับเข้ากลางลำเลย เล่นเอาผมขนลุกซู่ต้องคว้ามือมันให้กลับมาจับเอว “เฮ้ย อย่าๆ!!!” รถมอเตอร์ไซค์เสียหลักจนผมต้องรีบหักรถเข้าถนนเลนจักรยานข้างเลนรถยนต์ เลนจักรยานมีต้นไม้ใหญ่ปลูกอยู่เต็มทำให้เลนจักรยานมืดสนิท ผมตั้งท่าจะขี่รถต่อแต่มือไอ้ตาลกลับมาคว้าควยผมไว้อีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่นอกกางเกงแต่มันเล่นล้วงเข้าไปจับไว้เต็มมือเลยทีเดียว

“ทำไมต้องขึ้นเสียงกับเค้าด้วยอ่ะแด๊ก!! บอกแล้วใช่มั้ยว่าถ้าอยากต้องปล่อยกับเค้าเท่านั้น หรือว่ามึงแอบนอกใจกู!!!” ไอ้ตาลขึ้นเสียงดังจนผมตกใจ กลัวคนเห็นก็กลัวเพราะแฟนผมดุมาก ขืนมาเห็นมันโวยวายอย่างนี้มีหวังได้เป็นเรื่องแน่ “ลงรถเดี๋ยวนี้เลยนะ!!” “ใจเย็นๆ ลงแล้วๆ” ผมบิดกุญแจรถออก ต้องทำตามสั่งอย่างขัดไม่ได้เพราะมันเล่นขู่ด้วยการบีบควยซะแน่น

ไอ้ตาลลงตามมาเซๆ แล้วคุกเข่าลงเต็มแรง “เฮ้ย! เจ็บมั้ย ลุกๆ” ผมจะดึงมันขึ้นแต่ไอ้ตาลกลับเงยหน้ามองผมตาขวาง หน้าแดงด้วยความเมา “มึงไม่ให้กูดูด แปลว่ามึงมีคนอื่นจริงๆ ใช่มั้ย!!! ทำไมมึงทำกับกูอย่างนี้อ่ะ กูทำอะไรผิดวะแด๊ก!!!” ไอ้ตาลโวยวายจนผมต้องหันรีหันขวาง ในหัวคิดหนักไม่รู้จะทำยังไง ต้องหาทางตอบส่งๆ ไปก่อน “เปล่าๆๆ อย่าเสียงดังเลยนะ ขอล่ะ เดี๋ยวคนอื่นได้ยิน”

“งั้นมึงก็อยู่นิ่งๆ ไปเลย ไม่งั้นกูจะโวยให้ได้ยินให้หมดไปเลย” ไอ้ตาลยังทำหน้าดุ ถึงตอนนี้ผมก็ไม่กล้าเถียงอะไรอีกแล้ว มันจับกางเกงผมปลดเข็มขัดออกเร็วมากอย่างกับทำมาจนชิน ผมได้แต่หันรีหันขวางกลัวใครจะมาเห็นเข้า แล้วก็ต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อควยทั้งแท่งรู้สึกอุ่นวาบถึงโคน ไอ้ตาลก้มลงอมควยเข้าไปทั้งแท่งสุดคอหอย “อา….ตาล…อา…” ผมได้แต่คราง พูดอะไรไม่ออกเพราะลิ้นเล็กๆ ของมันกำลังตวัดเลียหัวผมจนขนลุกซู่ “อูยยย…ดูดเก่งจริงๆ กูยอมแล้วตาล”

หัวควยผมสั่นระริกอยู่ในปากเพื่อนสนิท ถึงตอนนี้ผมก็ไม่ห้ามมันอีกแล้ว ผมจับหัวมันโยกเอง อัดกระเด้าควยเข้าสุดออกสุด ตาลครางงึมงำในลำคอ ห่อปากดูดจนแก้มตอบ โยกหัวแรงจนผมถึงกับสั่น “จะแตกแล้วตาล!!!” บ๊วบๆๆ!!! พรืด!!! ผมแอ่นควยกดหัวมันจมมิด ควยสั่นกระตุกถี่ ขย้อนเอาน้ำว่าวข้นออกมาอย่างกับเขื่อนแตก เยิ้มออกมาไหลเลอะมุมปากลงมาถึงปลายคาง

ไอ้ตาลเงยหน้ามองผมด้วยสายตาฉ่ำเยิ้ม น้ำว่าวที่ปลายคางยืดลงไปถึงร่องนมอวบอัดเป็นสาย มันตวัดลิ้นเลียปลายควยแล้วดูดเอาน้ำว่าวกลืนลงคอหลายอึก “อืมมม” ตาลคราง ใช้มือรีดน้ำว่าวออกมาจนหยดสุดท้าย ถอนปากออกเลียริมฝีปากสวยให้เห็นในปากที่ว่างเปล่าก่อนจะก้มลงเลียต่อ

ผมรู้สึกโล่งไปทั้งตัว ใจก็อยากจับมันเย็ดแตกในให้รู้แล้วรู้รอด แต่พอหายเงี่ยนก็ได้สติ ไม่อยากนอกใจแฟนมากกว่านี้เลยดึงเพื่อนสาวขึ้นมา “ไปเถอะ กลับห้องกันดีกว่า” “ก็ได้ยยย ไปส่งเค้าหน่อยนะ” ผมจับมันซ้อนท้าย หลังจากได้ดูดควยผมดูมันว่าง่ายขึ้นเยอะ กอดเอวแน่น เอานมซบหลังผมไม่ปล่อย อยากรู้จริงๆ ว่าถ้ามันสร่างแล้วจำเรื่องคืนนี้ได้ มันยังจะมองหน้าผมติดรึเปล่า แต่ที่แน่ๆ ผมคงจำจนวันตายแน่ แต่ก็เพราะเรื่องคืนนั้นแหละ ทำให้เกิดเรื่องต่อมาอีกยาว

ผมตื่นขึ้นมาเพราะเสียงโทรศัพท์ มันเป็นเบอร์ของแฟนผมเอง ผมรีบกดรับสายเอามาแนบหู “มีอะไรครับที่รัก” “ไปกินข้าวเช้าด้วยกันป่าว” “ไปสิไป อาบน้ำก่อนนะ” ผมรีบคว้าผ้าขาวม้าเข้าห้องน้ำอาบน้ำ อาบไปก็นึกถึงเรื่องเมื่อคืนไป ยิ่งคิดถึงปากนุ่มๆ กับลิ้นเล็กๆ ของไอ้ตาลยิ่งเสียวจนควยลุก นี่ถ้ามีโอกาสอีกครั้งรับรองว่าผมจะจับมันเย็ดแล้วแตกในเข้าไปทุกหยดไม่ให้เสียของเลยแน่ๆ

จะว่าไปเมื่อคืนเพื่อนห้องผมก็คุยโม้มาว่าเพิ่งไปได้ของดีมาเป็นน้ำมันเสน่ห์ทำให้สาวรักสาวหลง มันยังคุยอีกว่าดีกว่าน้ำมันพรายตรงที่คนที่โดนใช้จะไม่กลายเป็นบ้า แถมยังมีอารมณ์กับคนที่ป้ายยาให้คนเดียวอีกต่างหาก สงสัยผมต้องขอแบ่งจากมันมาใช้กับไอ้ตาลบ้างซะแล้ว

ผมมานั่งกินข้าวอยู่กับแฟนคนสวยและเพื่อนสาวร่วมห้องชื่อน้องฟาง ฟางเป็นสาวผิวเข้มหน้าตาพอไปวัดไปวาได้ แต่ที่น่าสนคือหุ่นผอมเพรียวแบบที่นักกีฬาวอลเลย์ทั่วไปพึงมี ส่วนสูง 176 และหน้าอกหน้าใจตั้งชันชวนมอง ถึงจะเล็กกว่าของแฟนผมอยู่ก็เถอะ ที่สำคัญน้องฟางยังมีเพื่อนผมติดพันอยู่ด้วย ผมเลยไม่สนใจสักเท่าไหร่

ผมนั่งกินข้าวฝั่งตรงข้ามกับแฟนและน้องฟาง ปกติก็คุยกันหยอกกันธรรมดา แต่วันนี้กลับรู้สึกผิดปกติ น้องฟางเงียบตลอดเวลากินข้าวและคอยแอบมองผม ทั้งที่ปกติไม่เคยจะสนใจ จนผมรู้สึกอึดอัด แต่จะถามว่าเป็นอะไรก็ไม่กล้า เลยต้องปล่อยเลยตามเลยจนกระทั่งกินข้าวเสร็จ แฟนผมลุกไปซื้อน้ำนั่นแหละผมถึงรู้คำตอบ

“เมื่อคืนพี่ไปทำอะไรอยู่ในทางจักรยานกับพี่ตาลน่ะ…ฟางเห็นนะพี่” “…” ผมหน้าชาจ้องน้องฟางตาโต “ว่าไงนะ…แล้ว…” “ฟางจะไม่บอกแฟนพี่ ถ้าพี่ยอมบอกเอง ไปทำอะไรมาน่ะ ยอมรับผลด้วยล่ะ ฟางไม่ชอบคนทำอะไรลับหลังแฟนแบบนี้” “…ก็ได้ๆ พี่จะบอกแต่ขอเวลาหน่อยนะ อย่าเพิ่งเล่าอะไรให้ใครฟัง พี่ขอล่ะ” ผมอ้อนวอน รู้สึกตัวแล้วว่าเมื่อคืนไม่น่าปล่อยให้อารมณ์พาไปเลย

แต่จะทำยังไงดีล่ะ ในเมื่อน้องฟางรู้และผมยังไม่อยากบอกความจริงเรื่องนี้เลยสักนิด คิดแล้วก็เห็นอยู่ทางเดียวที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ แต่น้องฟางเป็นแฟนกับไอนะ เพื่อนร่วมภาควิชาของผมนี่สิ ขืนทำอะไรรุ่มร่ามไม่วางแผนให้ดี ผมคงจะได้โดนมันแหวกอกแน่ แต่ไอนะมันก็มีแฟนอยู่แล้วด้วย งานนี้คงต้องหาจังหวะเหมาะลงมือ และต้องลงมืออย่างเร่งด่วนด้วย

ผมกลับห้องมาแบบไม่เป็นสุข คิดในใจว่าจะจัดการยังไงกับสาวผิวเข้มดี แล้วในหัวก็นึกแว็บถึงยาปลุกเซ็กซ์ที่ขายกันเกลื่อนตามเว็บ ถ้าผมหาวิธีใช้มันให้เป็นประโยชน์ล่ะก็ บางทีนอกจากสาวผิวเข้มแล้วเพื่อนคนอื่นของแฟนผมอาจจะไม่รอดเงื้อมมือผมก็ได้ ผมเข้าเว็บไปศึกษาหาตัวยาที่น่าเชื่อถือจากภายในเว็บทันที มีทั้งทิงเจอร์ขาว ยานอนหลับ แมลงวันสเปน ยาปลุกเซ็กซ์แบบเจล แบบผง ผมเข้าไปอ่านแล้วลองทุ่มทุนซื้อมาอย่างละตัว กลัวจะไม่ได้ผล

ทางเว็บก็แจ้งมาว่าอีกสองสามวันของจะส่งมาถึง

เวลาในการรอคอยของผมใช้มันหมดไปกับการพูดกับแฟนให้ชวนฟางมากินข้าวด้วยกันมากขึ้น ถึงมื้อสองมื้อแรกแฟนผมจะดูสงสัยอยู่บ้าง แต่พอผ่านไปวันนึงก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ฟางก็คงอยากมาจับผิดผมด้วยเลยไม่ได้ปฏิเสธอะไร แต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกับผมตลอดการกินข้าวเลยเหมือนกัน

กระทั่งวันที่สาม วันที่ของมาส่ง

“…พี่ไปร้านเหล้ากับเพื่อนนะคืนนี้” ผมจงใจพูดในมื้อเย็นให้ฟางได้ยินด้วย สาวผิวเข้มตวัดสายตามองผมแบบไม่เชื่อใจขึ้นมาทันที แต่มีหรือที่ผมจะสะทกสะท้านกับสายตานั้น “คืนนี้เพื่อนมันอยากเมาน่ะ” “อะไร ไปอีกแล้วเหรอ ถี่ไปนะพี่ชล” “น่านะ ขอคืนนี้อีกคืนเดียว พี่รับรองไม่เมากลับมาแน่ ครั้งสุดท้ายแล้วนะ ขอเถอะ นะๆๆๆ” ผมออดอ้อนแฟน แอบเหลือบมองฟางดูว่ามีอาการอะไร

สาวน้อยผิวเข้มจ้องผมตาไม่กระพริบ เม้มปากดูจะโกรธผมมากที่ไม่ยอมบอกเพื่อนร่วมห้องเธอกับเรื่องในคืนนั้น แล้วยังจะหนีไปทำผิดซ้ำๆ แบบเดิมอีก “ไม่เป็นไรแก เดี๋ยวชั้นไปด้วย ให้พี่ชลนั่งรถชั้นไปนี่แหละ สี่ล้อดีกว่าสองล้ออยู่แล้ว รับรองถึงหอปลอดภัย” ฟางเสนอให้ผมไปนั่งรถยนต์ตัวเองหน้าตาเฉย ผมคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าวิธีการยั่วแหย่สาวผิวเข้มอย่างนี้จะได้ผลเกินคาด

“โอเค งั้นฝากแกด้วยนะฟาง ดูพี่ชลให้ดีล่ะ อย่าให้ไปจีบคนอื่น แล้วแกก็ห้ามเมาด้วยนะ เดี๋ยวจะกลับไม่ไหว” แฟนผมยอมโดยดี

ผมค่อยโล่งอกที่เธอไม่ได้ขัดขวางการไปกินดื่มในครั้งนี้สักเท่าไหร่ เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าเธอไม่ชอบผู้ชายขี้เหล้าเมายา ผมไปคราวก่อนก็แอบบ่นผมก่อนไปทางโทรศัพท์ซะร่วมชั่วโมง แต่คราวนี้ไม่ได้พูดอะไรมาก คงเพราะเห็นว่าเพื่อนห้องไปคุมล่ะมั้ง “ไม่เป็นไรหรอฟาง จะไปกับไอนะก็ได้ เดี๋ยวพี่ไปกับเพื่อนเอง พี่ไม่อยากกวนเราหรอก” “ไม่เป็นไร ฟางอยากไปพอดี ก็ดีนะจะได้คุมพี่ไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางด้วย” น้องฟางพูดเป็นนัยๆ อย่างรู้กัน ผมเลยต้องเงียบ กลัวว่าพูดมากไปจะทำสาวผิวเข้มไม่พอใจแล้วพูดเรื่องไอ้ตาลออกมา “ว่าแต่จะไปกี่โมงล่ะพี่ชล”

“นี่ก็ทุ่มครึ่งแล้ว สักสองทุ่มแล้วกันฟาง” ผมพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุดเพื่อซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ “โอเค งั้นฟางไปรับ สองทุ่มออกมารอหน้าหอเลยนะ” “งั้นก็ขับระวังด้วยนะ อย่าให้ดึกมากล่ะ เป็นห่วง” แฟนผมพูดทิ้งท้ายไว้กับเราสองคนก่อนมืออาหารค่ำจะจบลงด้วยการแยกย้ายกันกลับห้อง ผมกลับมาถึงห้องรีบอาบน้ำแต่งตัวอย่างดี ไม่ลืมเอาทิงเจอร์ขาวยัดใส่กระเป๋ากางเกงไปด้วย ก่อนจะโทรชวนไอ้วุธไปด้วย แต่มันไม่ยอมไปซะงั้น แผนของผมเลยออกมาครึ่งๆ กลางๆ แต่ช่างมันเถอะ ยังไงฟางก็ออกมาแล้ว

พอออกมาหน้าหอ ฟางก็จอดรถรอผมอยู่แล้ว ผมเปิดประตูเข้าไปนั่งมองดูสาวผิวเข้มแต่งตัวมาแบบไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่นัก ชุดที่ใส่มาเป็นเสื้อยืดกีฬาแขนสั้นกับกางเกงวิ่งขาสั้นสีแดงเข้าชุดกันเท่านั้น ไม่ได้เป็นมาตรฐานสำหรับคนจะไปร้านเหล้าเลยสักนิด ระหว่างผมนั่งมองชุดฟางด้วยความแปลกใจอยู่ ฟางก็มองหน้าผมกลับแล้วทักประโยคแรกมาให้จุกเลยว่า “วันนี้จะไปให้ใครทำให้อีกล่ะพี่ชล”

“…เปล่านะ พี่แค่ชวนเพื่อนไปกินเหล้าเท่านั้นเอง”

“ช่างเถอะ ไม่ว่าพี่จะไปทำไม ฟางจะไม่ให้พี่ได้ทำทุเรศๆ นอกใจเพื่อนฟางอีกแล้ว แต่ถ้าหมดคืนนี้ยังไม่ยอมบอกเรื่องที่เกิดกับเพื่อนฟางอีกนะ รับรองว่าฟางนี่แหละจะบอกมันเอง” น้องฟางทำหน้าดุขู่ผม

จากนั้นเราสองคนก็นั่งเงียบกันไปตลอดทางจนถึงร้านเหล้า ผมจัดการเปิดโต๊ะนั่งกับฟางสองคน บรรยากาศในร้านตอนหัวค่ำอย่างนี้มีแค่เสียงเพลงจากเครื่องเล่นคลอเบาๆ เท่านั้น ไฟสียังไม่เปิด ปล่อยให้ทั้งร้านอยู่ในความมืดสลัว โต๊ะก็ยังคงว่างและโล่งอยู่มาก

อันที่จริงถ้าจะมากินเหล้าให้ได้สีสันมันต้องมาดึกว่านี้หน่อย แต่ผมไม่ได้มากินเหล้าน่ะสิ… “น้องครับ เอาเหล้าโปรนึง เดี๋ยวเพื่อนพี่มาอีกคน เอาแก้วมาอีกใบด้วยนะ” ผมสั่ง ถึงจะรู้สึกว่ามีสายตาจับผิดคุกคามอยู่แต่มันไม่ได้ทำให้ผมรำคาญสักเท่าไหร่นัก อย่างมากก็แค่ทำให้ผมระวังตัวเองมากขึ้น “เราอย่ากินเยอะนะ เดี๋ยวพีกลับไม่ได้ พี่ยิ่งขับรถใหญ่ไม่เป็นอยู่”

“ห่วงตัวเองเถอะพี่ชล” น้องฟางยังคงไม่ยอมญาติดีกับผมตามเดิม ผมเลยหยิบโทรศัพท์ออกมาแกล้งโทรชวนไอ้วุธอีกครั้งก่อนจะวางสาย “ไอ้วุธไม่มาแล้ว สงสัยเราต้องกินกันสองคน หรือว่าให้พี่ชวนพี่ตาล พี่แจนมาด้วยดี เราจะได้ไม่ต้องเหงา” “ไม่ต้อง ฟางนั่งคนเดียวได้ เชิญกินให้อิ่มเถอะ” เหล้าหนึ่งโปรมาวางอยู่บนโต๊ะตามสั่ง ผมจัดการรินเหล้าชงใส่แก้วตัวเองก่อนจะถือวิสาสะหยิบแก้วเปล่าอีกใบมาชงให้ฟาง “พี่รู้ว่าฟางเกลียดพี่มากที่นอกใจเพื่อนฟางอย่างนั้น แต่เรื่องทั้งหมดพี่ไม่ได้ตั้งใจเลยนะ เอาเป็นว่าพี่ยอมบอกกับแฟนพี่เองว่าพี่ทำอะไรผิดไว้ แต่ขอให้พี่เลี้ยงเหล้าไถ่โทษสักแก้วนะ”

“ไม่ต้องหรอก ฟางชงกินเองได้ แก้วนั้นพี่เอาไปกินเถอะ” ดูน้องฟางจะไม่ไว้ใจผมเต็มพิกัด ผมเลยได้แต่เหวอๆ ไม่คิดว่าจะเจอมาตระการต่อต้านถึงที่สุดขนาดนี้ ยังโชคดีที่ผมยังไม่ได้หยิบยาออกมาใส่ ไม่งั้นคงได้เหวอหนักกว่านี้แน่…ระแวงกันแบบนี้ สงสัยต้องหาทางอื่น… “ได้สิฟาง สองแก้วพี่ก็ไหวอยู่แล้ว” ผมกระดกเหล้าทั้งสองแก้วขึ้นรวดเดียวหมด ให้ดูว่าในนั้นไม่มีอะไร ปลอดภัยจริงๆ “เออ พี่ไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ อั้นมาตั้งแต่ในรถแล้ว”

ผมลุกขึ้นไปเข้าห้องน้ำหน้าตาเฉย ทิ้งฟางให้นั่งคนเดียว พอเข้าห้องน้ำได้ ผมจัดการควักขวดยาออกมา หยิบทิงเจอร์ขาวคีบเอาไว้ในง่ามมือ เกล็ดสองเกล็ด ยืนอ้อยอิ่งสักพักก่อนจะกลับไปนั่งที่เดิม “อย่ากินเยอะนะ” ผมกำชับอีกรอบ เอื้อมมือไปทำเป็นจะหยิบน้ำแข็งผ่านแก้วฟาง แล้วกางมือปล่อยเกล็ดยาลงแก้ว

“ไม่ต้องมาสอนฟางหรอก ฟางจะกินเท่าไหร่ก็เรื่องของฟาง รู้ลิมิตตัวเองอยู่แล้ว” น้องฟางเถียงตาแข็ง ทำเอาผมแอบยิ้มอยู่ในใจไม่ได้ ในความมืดสลับของร้านน้องฟางไม่ได้สังเกตเลยสักนิดว่ามีสิ่งแปลกปลอมค่อยๆ ร่วงหล่นผ่านชั้นน้ำแข็งลงไปนอนก้นแก้วเรียบร้อยแล้ว

ผมปล่อยให้เวลาผ่านไป ฟังเสียงดนตรีคลอเบาๆ พลางจิบเบียร์เย็นๆ ไปด้วย ผู้คนในร้านเริ่มมากขึ้น ไฟเทคนิคเริ่มเปิดให้เห็นลำแสงของแม่สีสามสีวิ่งไปรอบร้าน

ในหัวคิดมาตลอดตั้งแต่น้องฟางกระดกเบียร์หายไปแก้วนึง…นี่กูกำลังทำอะไรวะเนี่ย จะจัดการเพื่อนแฟนที่นอนห้องเดียวกับแฟนเราเลยเหรอวะ แล้วถ้าไอ้นะรู้เรื่องนี้เข้าจะเป็นยังไงเนี่ย…

ผมคิดไปต่างๆ นานา แต่ต้องยอมรับเลยว่ารู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยกับการได้มอมสาวครั้งแรก

ในตอนนี้ฟางตาเยิ้มแล้ว แม้จะกินไปแค่แก้วกว่าๆ ลมหายใจก็เริ่มระบายออกมาถี่แรงขึ้น ขาทั้งสองข้างขยับไปมาราวกับว่ากำลังคันแต่ไม่กล้าเกา

ผมสังเกตอาการที่เกิดขึ้นแล้วนึกย้อนไปถึงข้อมูลในอินเตอร์เน็ตของยาตัวนี้…มันจะทำให้ผู้หญิงมีความต้องการสูงมากหลังจากผ่านไปเจ็ดถึงสิบห้านาทีหลังกินยา…นี่มันผ่านมาครึ่งชั่วโมงแล้ว ฟางคงอยากมากๆ จนแทบจะระเบิดแล้วแน่ๆ

“พี่ว่าเรากลับกันดีกว่า ไหนๆ ก็ไม่มีใครมาแล้ว” ผมตัดสินใจ “น้องๆ เก็บเงินด้วย แล้วเอาเหล้าเก็บไว้ด้วยนะ ลงชื่อชล EN” ผมเรียกเด็กเก็บเงินมาคิดเงินอย่างไว ทิ้งทุกอย่างเอาไว้บนโต๊ะแล้วเดินตามฟางกลับรถ

ผมยังไม่กล้าทำอะไรรุ่มร่ามนัก กลัวว่าน้องฟางจะขัดขืนให้เสียงานเสียการเปล่าๆ เลยได้แต่เดินห่างๆ กระทั่งขึ้นมาในรถ

ผมสังเกตได้เลยว่าฟางหายใจแรงผิดปกติ หน้าอกนักกีฬาวอลเลย์ประจำมหาวิทยาลัยพองตัวยุบตัวตามจังหวะหายใจ “ขับไหวรึเปล่าฟาง”

“ขับได้ กินแค่แก้วเดียวเอง” ฟางตอบผมแต่กลับมองตรงตาแข็ง เหมือนพยายามอดกลั้นอะไรเอาไว้สักอย่าง

ผมเลยนั่งนิ่ง ปล่อยให้น้องฟางออกรถ พร้อมกับหาวิธีที่จะทำให้สาวผิวเข้มคนนี้สติแตก

ในไม่ช้า รถยนต์เก่าๆ สีเทาอ่อนติดฟิล์มหนาก็เลี้ยวเข้ามหาวิทยาลัย ผมนั่งมองฟางมาตลอดทาง สายตาซุกซนแอบจ้องมองใบหน้าเนียน เนินอกกระชับที่ดันเสื้อกีฬาออกมาเห็นเป็นลูกๆ กับท่อนขาเนียนละเอียดนอกกางเกงผ้ายืด

ไม่ใช่แค่เพราะว่าเงี่ยนเพียงอย่างเดียว อีกอย่างที่ต้องมองก็เพราะกลัวว่าฤทธิ์ยาจะทำให้แข้งขาอ่อนคุมรถไม่อยู่ด้วย

“ไหวป่ะ พี่เห็นเราหายใจแรงมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ”

“ไหวน่ะ” ฟางตอบเสียงแข็ง

“ฟาง” ผมเอามือไปกุมมือบนกระปุกเกียร์ด้วยความเป็นห่วง และต้องตกใจไม่น้อยกับหลังมือร้อนผ่าว

น้องฟางกระตุกมือกลับทำให้รถเสียหลักเกือบพุ่งลงคูกั้นระหว่างถนนกับทางจักรยาน ผมรีบหักพวงมาลัยกลับให้มันจอดนิ่งสนิทข้างทางอย่างนั้น

มันเหมือนหนังม้วนเก่าเอามาฉายซ้ำ รถยนต์จอดหยุดนิ่งและดับลง เรามองตากัน ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไร มีแต่ความเงียบเชียบ

“ฟางเป็นอะไร” ผมตกใจไม่แพ้ฟาง แต่รู้ว่าเพราะอะไรสาวน้อยผิวเข้มถึงชักมือหนี มันจึงทำให้ผมยิ่งรุกหนักกว่าเก่า เอื้อมมือไปจับมือฟางอีกครั้ง แต่ครั้งนี้สาวผิวเข้มไม่ได้ชักมือหนีอีก ผมเลยกุมมันไว้แน่น “เป็นอะไร บอกพี่ได้นะ”

“ป-เปล่า แค่ตาลายน่ะ พักหน่อยก็หาย”

“ไหนๆ มาดูหน่อย” ผมขยับหน้าเข้าไปใกล้ ทำเอาสาวผิวเข้มผงะถอยติดประตู แต่ยังไงก็ไม่พ้นถูกมือผมแย้งเข้าที่หน้าผาก “กลัวอะไรล่ะ พี่แค่ดูว่าเราตัวร้อนรึเปล่า…ตัวเราอุ่นๆ นี่ สงสัยเป็นไข้แน่เลย”

ผมยิ้มให้ฟางรู้ว่าสาวน้อยตรงหน้ายังระแวงผมอยู่ “ถึงฟางจะเห็นพี่กับไอ้ตาลทำอะไรกันอย่างนั้น แต่พี่รับรองเลยว่ามันเป็นแค่อุบัติเหตุ พี่รับรองเลยว่ามันไม่มีอะไรในกอไผ่ระหว่างพี่กับไอ้ตาลจริงๆ”

“เชื่อได้เหรอ” น้องฟางเริ่มมองผมด้วยสายตาเยิ้มหวาน

ผมพยักหน้ายิ้มๆ เลื่อนมือจากหน้าผากอุ่นๆ มาจับไหล่แข็งแรง ดึงเข้ามาให้หน้าของเราอยู่ใกล้กันอีกนิด ฟางเม้มปากบางจ้องมองมาที่ริมฝีปากผมไม่กระพริบตา เริ่มมีอาการหายใจแรงมากขึ้น ท่อนขายาวสวยขยับไปมาราวกับเบาะนั่งไม่สบาย

“กับไอ้ตาลน่ะเชื่อได้เลยว่าพี่ไม่ได้คิดอะไร แต่กับฟาง…พี่ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่” ผมโน้มตัวเข้าไปจูบหน้าผากเบาๆ ไล่ลงมาตามสันจมูกช้าๆ

ฟางถอนหายใจขยับออกนิดนึงเมื่อริมฝีปากผมแตะเข้ากับริมฝีปากตัวเองเข้าก่อนที่จะถูกผมโน้มตัวเข้าไปอีกเพื่อประกบจูบเต็มที่

ฟางยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาดันแผ่นอกผมเบาๆ คล้ายจะผลักออก แต่ไม่ได้ออกแรงดันเลยสักนิด ทำให้ผมยิ่งรุกจูบเข้าไปอีก

ฟางอ้าปากแลบลิ้นออกมาอย่างรู้งาน กวาดลิ้นเล็กๆ พันเกี่ยวกับลิ้นผมอย่างนุ่มนวล

“อืมมมม อืออออ” ฟางครางตาปรือ เคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสจากริมฝีปากและลิ้น

ผมค่อยๆ เลื่อนมือจากไหล่สาวผิวเข้ม ลากผ่านเนินอกไปจับเอวคอด บีบนวดทีละน้อย เน้นกดนิ้วโป้งกับส่วนท้องน้อยนอกเสื้อกีฬา ฟางแอ่นอกตามส่วนที่ฝ่ามือผมไล้ผ่าน ย้ายบั้นท้ายเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น พร้อมกับบดริมฝีปากจูบหนักหน่วงยิ่งขึ้น

ผมเลื่อนมืออีกข้างลงมาจับสะโพกฟางแล้วยกร่างผอมเพรียวข้ามเบาะมา ฟางลุกตามมานั่งคร่อมบนตักผมอย่างว่าง่ายในทันที แขนสองข้างโอบรอบคอผมเอาไว้

ถึงตอนนี้ไฟราคะในตัวสาวผิวเข้มถูกจุดติดเรียบร้อยแล้ว ท่อนบนของผมไม่ต้องออกแรงอะไรอีกเลย แค่ปล่อยให้ฟางก้มลงบดริมฝีปากจูบรุนแรงมากขึ้น ส่วนท่อนล่างออกแรงจับสะโพกสวยให้ขยับบดเบียดช้าๆ กลีบสาวกลางหว่างขาขยับเสียดสีกับท่อนเนื้อแข็งตั้งภายในกางเกง กระตุ้นความต้องการของเราให้คุโชนขึ้น

“อา…แฮก! แฮก! แฮก! ฟางร้อนไปหมดเลยพี่” น้องฟางดูจะอึดอัดไม่น้อย ผิวเนื้อเรียบเนียนสีเข้มผุดพราวไปด้วยเม็ดเหงื่อ

“ถอดสิ เดี๋ยวพี่ถอดให้” ผมเสนอด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน

ถึงอย่างนั้นฟางก็ยังไม่แน่ใจกับสิ่งที่จะเกิด “แต่ว่า…” สาวผิวเข้มกลอกตาด้วยความลังเล คงจะกลัวว่าอะไรที่เกิดขึ้นหลังจากนี้จะเป็นการก้าวล้ำเส้นความถูกต้องที่เธอเชื่อมั่นมาตลอด

แต่ผมไม่ยอมปล่อยให้เธอได้สตินานไปกว่านี้ เร่งจับเอวคอดสวยกดบดเบียดบนตักผมให้เร็วยิ่งขึ้น

“อูยยย ซี๊ดดดด อือ!!!” ฟางครางออกมาราวกับสติสุดท้ายในตัวได้ขาดผึงออก เลิกขัดขืนและออกแรงขยับสะโพกคอดสวยบดกับตักผมเองบ้าง

ผมใช้จังหวะนั้นจับชายเสื้อฟางดึงขึ้นมาเหนือเนินอก ถลกเอาบราสีเนื้อตัดกับผิวสีเข้มขึ้นกองบนเนิน ให้ได้เห็นเต้าสีโกโก้ในแสงไฟสลัว มันตึงแข็งกระชับตั้งชันสมกับเป็นเต้านักกีฬา ยิ่งชวนให้ต้องประกบปากขบขย้ำอย่างหนักด้วยความหมั่นเขี้ยว

“อุ๊ย! อือ…” ฟางอุทานออกมาได้หน่อยก็ต้องร้องแอ่นเต้ารับปากของผมด้วยความเสียว

สติสาวน้อยในตอนนี้กู่ไม่กลับไปเรียบร้อยแล้ว ทั้งแอ่นอกบดโหนกอย่างเต็มที่ ไม่มีห้ามปรามใดๆ ทั้งสิ้น ปล่อยให้ผมลงลิ้นดูดยอดเต้าสลับกันไปมาทั้งสองข้าง “อ-อูยพี่ ฟางไม่ไหวแล้ว”

“งั้นก็ถอดสิ” ผมสั่งเสียงเรียบเมื่อรู้ว่ากำลังเป็นต่อสาวน้อยผู้กำลังเงี่ยนจัดคนนี้

ผมดึงแขนฟางออกจากคอวางบนเป้า สาวผิวเข้มแทบจะไม่ลังเลเลยที่จะลูบคลำบีบนวดมันผ่านกางเกงยีนเนื้อหนาเพื่อระบายความเสียวจากทรวงอก มันคงไม่สะใจเท่าไหร่นัก มือเล็กๆ ถึงได้รูดซิปกางเกงเปิดออก ล้วงเอาท่อนควยแข็งออกมาจากกางเกงในให้มันตั้งชันดำเมี่ยมอยู่ต่อหน้า

เรามองตากัน ต่างรู้กันโดยไม่ต้องเอ่ยเป็นคำพูดว่าต้องการอะไร

มือผมทำงานไปอย่างอัตโนมัติ เอานิ้วเกี่ยวดึงเอาขอบกางเกงวิ่งติดมากับขอบกางเกงในให้เลื่อนผ่านสะโพกลงมาค้างที่ต้นขา ฟางช่วยจับเสื้อตัวเองถอดโยนไปกองเบาะหลังพร้อมบราสีอ่อน

“แฮก!ๆๆ ฟางไม่ไหวแล้ว ทำไมมันร้อนอย่างนี้!” สาวผิวเข้มโหย่งตัวขึ้น อ้าขาออกให้กลีบเนื้อในเงามืดอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ ใช้ฝ่ามืออ่อนนุ่มจับเอาท่อนควยตั้งขึ้น จ่อถูกับปากแคมอวบอิ่มและเริ่มรูดขึ้นรูดลงถี่ๆ

ผมกัดฟันกรอด ไม่คิดว่าจะต้องเจอกับสถานการณ์แบบนี้ อยากจะเย็ดเข้าไปแต่ต้องอดทนรอไว้ก่อน ได้แต่ต้องปล่อยให้สาวผิวเข้มกระทำชำเราเนื้อร้อนระอุแข็งเขม็งด้วยมือ สัมผัสจากหัวควยบอกว่าปากแคมเนื้อกำลังคาบมันเอาไว้อยู่ในระหว่างถูกรูดชัก มันยิ่งปลุกเร้าให้ผมเสียวซ่านถึงขั้วหัวใจอย่างรวดเร็ว

“พี่ไม่ไหวแล้วฟาง อา…” ผมแทบคลั่งกับมือนุ่มๆ น้ำว่าวถูกสำรอกออกจากหัวควยบานแดงลงสู่หอยสีแดงเรื่อเป็นสาย สีมันขาวราวกับน้ำนม ข้นอย่างกับกาว

“ซี๊ด!!! พี่ชลช่วยฟางด้วย อย่าเพิ่งทิ้งกันไปสิ อ๊าย!!!” น้องฟางร้องสุดเสียงก่อนจะชักมือเลอะน้ำควยมาปิดปากตัวเองให้เงียบเสียง เมื่อถูกผมจับบั้นท้ายดึงลงมาหาควยเนื้อทั้งดุ้นให้มันยัดเข้าไปทีเดียวครึ่งลำ

ผมกอดเอวสาวผิวเข้มดึงเข้ามาหาตัวอีกนิดให้หัวควยได้จมลึกลงไปในกลีบสาว

“อูยยยย” น้องฟางจับเอวผมจะดึงตัวขึ้น ผมเลยกระเด้าควยสวน

“ซี๊ด!!! พี่ชล โอ๊ะ!! ฟางเสียว อย่าพี่ ฟางเสียว อ๊า!!!” สาวผิวเข้มเข่าอ่อนทิ้งตัวลงให้ปากแคมย่นยู่ตามแท่งควย คราบน้ำว่าวเป็นก้อนข้นรอบปากแคมเลยถูกพาเข้าไปในมดลูกด้วย

ร่องหีน้องฟางทั้งคับทั้งฟิตสุดๆ เล่นเอาผมเสียวควยลุก

ผมปล่อยให้น้องฟางนั่งหอบบนตักสักพักเพื่อลดความเจ็บปวดที่ได้รับ น้องฟางมองหน้าผมแล้วหลบตาไม่กล้าสู้หน้า ผมเลยจับคางสาวผิวเข้มโน้มเข้ามาใกล้ “ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้นฟาง…ตอนนี้มีแค่เรา”

ริมฝีปากฟางเผยอรับจูบอย่างว่าง่าย สองแขนโอบกอดรอบคอกระชับแน่น ลิ้นตวัดสอดรัดอยู่ในปากของกันและกัน

ผมจับก้นทั้งสองข้างขยำขยี้อย่างเมามันกับความเต่งตึงไร้ไขมัน ถึงตอนนี้เราสองคนก็ไม่มีความเขินอายแล้ว ต่างคนต่างมองตากันด้วยสายตาหวานหยดย้อย

“…อืม…ถ้าหายเจ็บแล้วลองควบพี่ดูสิ”

“อือออ…อย่าบอกใครเรื่องนี้นะพี่ชล แล้วฟางจะไม่บอกเพื่อนฟางเรื่องพี่ตาล” น้องฟางแอ่นเต้านมสีน้ำตาลอ่อนตั้งชันมาตรงหน้า สะโพกสวยยกขึ้นแล้วหย่อนลงมาให้กลีบแคมครูดไปตามลำควย “ซี๊ดดดด อูยยยพี่ชล”

ผมกระดกเอวเสยควยเข้าไปลึก น้องฟางร้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความทรมาน กำมือทุบอกผมดังปึ๊ก “มันร้อน มันทรมานไปหมด ช่วยฟางทีเถอะพี่!!!”

“อูยย…พี่ไม่ปล่อยฟางไปแน่ๆ ควบพี่สิฟาง” ผมพูดยิ้มๆ รู้ว่าตอนนี้สาวผิวเข้มเงี่ยนจัดจนแทบจะข่มขืนผมเองอยู่แล้ว

“อือ…ขอเองนะ” น้องฟางผลักผมติดเบาะ ใบหน้าคนเข้มแสดงความหงุดหงิดออกมาชัด ผมยังไม่ทันได้หลบเลี่ยงอะไร สาวผิวเข้มก็โน้มเข้ามาเบียดสองเต้ากระชับแน่นกับหน้าผมและโยกเอวอีกครั้งอย่างช้าๆ

“อูยยย ฟางเสียวมากเลยพี่ ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลย ซี๊ดดดดด” น้องฟางเชิดหน้าสูงส่งเสียงร้องออกมาลั่นรถ

ผมไม่พูดอะไรทั้งนั้น จับเต้านมเนื้อแน่นเข้าปากดูดอย่างเมามัน และให้แท่งควยได้ลิ้มรสเสียวจากแรงตอดรัดจากรูหีฟิตของสาวนักกีฬา

พอทุกอย่างลงตัวมันก็เป็นไปตามธรรมชาติ ตอนนี้เราไม่ต้องใช้คำพูดอะไรอีก เหมือนร่างกายของเราสื่อถึงกันผ่านแท่งเอ็นอุ่นในช่องคลอด

น้องฟางควบเอวโยกขึ้นโยกลงอย่างคล่องแคล่ว มือก็บีบเคล้นเต้านมข้างที่ผมดูด เหมือนกับต้องการจะป้อนมันใส่ปากทั้งหมด

“โอ๊ยพี่ชล ฟางจะไม่ไหวแล้วพี่!!” น้องฟางครางเสียงสั่น ยิ่งเร่งควบท่อนควยถี่ บั้นท้ายกระแทกสุดโคนทุกครั้ง เสียงดังปั๊กๆๆ แรงขึ้นเรื่อยๆ

“ซี๊ดดด ฟาง ถ้าไม่หยุดกระแทกพี่จะแตกในแล้วนะ!! เอาออกสิ”

“อย่านะ อย่า!!! ฟางไม่ไหวแล้วพี่ชล ขอฟางเถอะ ซี๊ดดด!!!”

“ถ้าไอ้นะรู้ มันเอาพี่ตายแน่ แต่ถ้าอยากได้นัก งั้นเอ้า!!” ผมดึงสะโพกสาวน้อยผิวเข้มเข้ามาจนควยทั้งแท่งทะลวงเข้าไปสุดความยาวถึงมดลูก น้ำว่าวข้นระลอกสองกระฉูดอย่างแรงเข้าไปในโพรงถ้ำ มันบีบรัดและเริ่มตอดหนักๆ เหมือนกับจะดึงเอาน้ำว่าวออกจากตัวผมให้หมด

“อ๊ายยยยย ฟางเสร็จแล้วพี่ชล!!!! อ๊า! อ๊า! อ๊า!…ซี๊ดดด” น้องฟางครางเสียงสั่น ร่างผอมบางกระตุกทุกครั้งที่ท่อนควยกระฉูดน้ำว่าวเข้าไป ก่อนจะเอนลงซบอกผมด้วยอาการเหนื่อยหอบ “อา…”

ผมกอดเอวคอดสวยกระชับแน่น เชยคางเพื่อนร่วมห้องของแฟนขึ้นมาจูบ ฟางกอดคอผมแน่นยิ่งขึ้น โน้มตัวจูบด้วยความเต็มใจ

“ฟาง พี่ขอโทษนะที่คุมตัวเองไม่อยู่ ทำกับฟางไปแบบนี้น่ะ” ผมรู้สึกผิดหน่อยๆ ที่ใช้วิธีสกปรกลากเอาสาวผิวเข้มไม่รู้อิโหน่อิเหน่เข้ามาอยู่ในวังวนนี้

“…” น้องฟางจ้องตาผมในความมืดชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยปากพูดออกมาทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดนี้ “ฟางไม่โกรธก็ได้ แต่ทำฟางขนาดนี้แล้ว รับผิดชอบกันด้วยนะ”

น้องฟางดูจะไม่ค่อยโกรธผมเท่าไหร่ ไม่รู้เพราะติดใจหรือว่ารู้ตัวว่าเป็นฝ่ายเริ่มก่อนกันแน่

“แล้วไอ้นะล่ะ” ผมถามเรื่องเพื่อนผม อยากรู้ว่าฟางจะตัดสินใจเรื่องนี้ยังไง

“พี่นะเป็นแฟนฟางยังไง ฟางก็ไม่เลิกคบกับพี่นะมาคบกับพี่หรอก แต่พี่ต้องรับผิดชอบตัวฟางด้วยนะ เพราะพี่ได้ฟางไปแล้ว”

ผมกระชับแขนกอดเอวฟางให้ท่อนเนื้อภายในร่องเข้าไปได้สุดลำ เพื่อยืนยันคำพูดของสาวผิวเข้มว่าร่างกายนี้เป็นของผมแล้วจริงๆ

“แล้วเราสองคนจะมีแบบนี้กันอีกมั้ย” พูดไปผมก็ซบอกสวย เงยหน้ามองทำตาปริบๆ ออดอ้อนไป

น้องฟางอมยิ้มน้อยๆ เบือนหน้าหนีไม่ให้เห็นรอยยิ้มมุมปาก “อยากทำนักก็ไปอ้อนกับแฟนพี่เองสิ ฟางไม่ใช่ที่ระบายซะหน่อย”

“ก็กับแฟนมันไม่เสียวเท่ากับฟางนี่ อือ…พี่แตกในเข้าไปซะเยอะเลย ช่วงนี้ปลอดภัยมั้ยฟาง” ผมถามคำถามที่สมควรหลุดออกจากปากมานานแล้วออกมา เพราะยังไงผมก็เล่นแตกเข้าไปข้างในซะเยอะเลย และอีกอย่างมันก็เป็นเทคนิคที่จะทำให้สาวที่โดนวางยาจะไม่ทันได้คิดว่าตัวเองเป็นอะไรถึงได้ลงเอยแบบนี้ เพราะต้องมาสนใจกับคำพูดของเราซะก่อน

“ปลอดภัยที่ไหนล่ะ หายามาให้ฟางกินด้วยนะรู้มั้ย”

“ไม่เป็นไร งั้นปล่อยให้ท้องเลย พี่รับผิดชอบเอง” ผมแหย่

สาวผิวเข้มทำหน้านิ่วหันมามองผมทันที พร้อมกับให้รางวัลคำพูดที่ได้ยินไปด้วยการทุบกำปั้นเล็กๆ บนอกผมดังอั๊ก

“บ้า!!! ขืนฟางท้องขึ้นมา พี่นะได้มาแหกอกพี่แน่ หายาคุมให้กินเลยนะ”

“จ้า…แล้วรู้ว่าไม่ปลอดภัยก็ยังจะให้พี่แตกในอีกนะ” ผมแซว หอมแก้มสาวผิวเข้มฟอดใหญ่ให้ชื่นใจ

“ก็ตอนนั้นมันจะเสร็จแล้วอ่ะ พอได้แล้วเลิกคุยดีกว่า” น้องฟางหลบตาผมด้วยความเขินอาย

“หายโกรธพี่เรื่องไอ้ตาลแล้วเหรอฟาง” ผมถามเพื่อความแน่ใจ อยากให้สาวน้อยผิวเข้มเลิกทำตัวเย็นชากับผมสักที

“หายก็ได้ แต่ตอบมาก่อน ถามจริงเถอะว่าคืนนั้นทำไมถึงได้เป็นอย่างนั้น” น้องฟางคล้องคอผม กลับมาจ้องหน้าอีกครั้งราวกับจะเค้นความจริง

ผมเลยเล่าเรื่องที่ไอ้ตาลเมาและอุบัติเหตุที่ทำให้ผมต้องยอมให้มันโม้คให้จนเสร็จ

“…ไม่รู้เลยว่าพอมันสร่างเมาแล้วจะจำเรื่องนี้ได้รึเปล่า แต่กับฟางนี่ไม่เหมือนกันนะ พี่ตั้งใจทำจริงๆ จะว่ามั้ยเนี่ย ถ้าครั้งหน้าพี่ขอทำที่เบาะหลังนะ” ผมยังไม่เลิกแหย่

น้องฟางยิ้มเยาะ เอานิ้วชี้จิ้มหน้าอกผมดันติดเบาะ “ฝันไปเถอะว่าจะมีครั้งหน้าน่ะ ไอ้พี่ชลหื่นกาม ฮิฮิ”

“ก็ได้จ้า” ผมยอมให้กับการตัดสินใจของเพื่อนแฟนคนนี้แต่โดยดี “อารมณ์ดีสักทีนะเรา…นี่ก็สี่ทุ่มแล้ว เรากลับกันมั้ย” ผมถามเมื่อเห็นว่านาฬิกาดิจิตอลในรถส่องสว่างบอกเวลาดึกพอสมควรแล้ว

“อือ เดี๋ยวเพื่อนฟางจะห่วงเอาแล้วพาลมาทะเลาะกับพี่อีก” น้องฟางยิ้ม ค่อยๆ ขยับสะโพกลุกขึ้นให้หลุดจากแท่งเอ็นใหญ่

บล็อค!

“อือ…” เสียงควยเนื้อหลุดออกมา พร้อมกับอาการกระตุกหน่อยๆ ของสาวผิวเข้ม น้ำรักข้นคาวไหลย้อนออกมาหยดลงบนเบาะผ้าไหมเป็นดวงๆ

ฟางดึงเอากางเกงกับกางเกงในตรงขาอ่อนขึ้นมาสวมกลับที่เดิม เอื้อมมือผ่านตัวผมไปหยิบเสื้อกับชั้นในที่เบาะหลังมาให้ผมช่วยสวมให้เรียบร้อย ก่อนจะข้ามเบาะกลับไปนั่งที่คนขับเหมือนเดิม

“โอ้ย น้ำพี่ข้างในมันไหลออกมาเปียกกางเกงฟางเต็มเลยเนี่ย รู้งี้ไม่น่าให้ทำหรอก”

“จ้าๆ งั้นถอดมาให้พี่ซักให้มั้ยล่ะ” ฟังคำพูดของสาวผิวเข้มแล้วผมกลับมีอารมณ์ขึ้นมาอีกซะอย่างนั้น

“ไม่ต้องเลย ถ้าถอดฟางจะใส่อะไรล่ะ กลิ่นในรถก็คาวด้วยอย่างนี้ ก็ให้ใครเข้ามานั่งไม่ได้น่ะสิ ไอ้พี่ชลบ้า คอยดูนะคราวหน้าจะไม่ให้ทำอีกแน่ๆ” น้องฟางบ่นไปตลอดทาง

ส่วนผมจัดการเก็บท่อนเนื้อเปียกชุ่มกลับเข้ากางเกงให้เรียบร้อยตามเดิม ไม่ได้สนใจฟังคำบ่นอะไรจากฟางมากนัก กระทั่งถึงหอเราจึงแยกย้ายกันกลับไปนอน

หลังจากได้ปิดปากสาวผิวเข้มด้วยวิธีที่ผมออกจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ไปเรียบร้อยแล้ว ยาปลุกอารมณ์ทั้งหลายของผมก็ยังมีอยู่เต็มไปหมด แต่ผมไม่คิดจะใช้กับสาวคนอื่นให้รู้สึกไม่ดีอีก เพราะมันดูเหมือนการบังคับมากกว่าจะมาสมยอมเอง แม้เจ้าตัวจะไม่รู้เรื่องนี้ก็ตาม

ผมคิดว่ายาที่เหลือ ถ้ายังมีโอกาสอีกก็จะใช้กับสาวน้อยผิวเข้มนี่แหละ จนกว่าจะหมด และผมไม่คิดที่จะทำตัวเหลวไหลนอกใจแฟนไปมากกว่านี้อีกแล้ว

แต่เหตุการณ์เปลี่ยนชีวิตผมก็มีมาอีกจนได้

เรื่องมันเกิดขึ้นหลังจากผ่านไปสองอาทิตย์จากเหตุการณ์ครั้งก่อน แฟนผมเกิดอยากไปเที่ยวน้ำตก ทั้งที่ผมไม่ได้อยากจะไปด้วยเลยสักเท่าไหร่ เพราะเห็นว่าต้องเสียค่าที่พักและไปเที่ยวแค่ช่วงเสาร์อาทิตย์ พอจันทร์ก็ต้องกลับมาเรียน

แต่พอพูดเรื่องนี้กับแฟน แม่สาวน้อยของผมก็งอแง บอกอยากไปด้วยกัน เพราะที่ชวนๆ ไปก็มีแต่กลุ่มแฟนผมทั้งนั้น ซึ่งก็เป็นสาวๆ ล้วนถึง 4 คน จะเรียกว่าให้ผมไปคอยคุ้มกันว่างั้นเถอะ

ไอ้ผมก็ไม่มีปัญหาหรอก จะติดก็ตรงที่ใน 4 คน นอกจากแฟนผมยังมีน้องฟางอยู่ในกลุ่มด้วย ผมเลยออกจะกระดากสักหน่อย

ถึงอย่างนั้นก็ทนแรงรบเร้าของแฟนผมพร้อมกับคำขู่ว่าจะงอนไม่ไหว สุดท้ายต้องตกลงไป

วันศุกร์ทริปของเราก็เริ่มต้นขึ้น ทริปของเรามี 4 สาว 1 หนุ่ม นั่นคือ ผม แฟนผม น้องฟาง น้องเหมย น้องข้าวหอม

จะเล่าถึงประวัติคร่าวๆ ของน้องเหมยกับน้องข้าวหอมก่อนเลยว่า สองสาวนี้เป็นเพื่อนสนิทของแฟนผมอีกคน

น้องเหมยเป็นสาวสุพรรณ เสียงเหน่อ นิสัยตรงไปตรงมา ตัวเล็กแต่เอาเรื่องพอตัว รูปร่างก็ใช่ย่อย เอวคอดสะโพกผาย หน้าตาแบบสาวสุพรรณผสมจีน ดูน่ารัก ชอบถักเปียคู่สองข้าง แถมหน้าอกหน้าใจยังดูอวบอิ่มขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ แต่พอมาอยู่บนร่างเล็กๆ นี้แล้วดูอวบอิ่มกลมกลึงน่าจับเป็นที่สุด

มิหนำซ้ำยังมีแฟนเป็นเด็ก ม.ปลาย อายุห่างกันถึง 3 ปี ถือว่าเป็นสาวอมตะเลยทีเดียว

ส่วนน้องข้าวหอม สาวน้อยลูกเสี้ยวลาว ทั้งห้าวทั้งแกร่ง สมกับเป็นแฟนไอ้เนร (ทหารฝึกหัดว่าที่นายร้อย) อย่างอาร์ม หน้าตาสะสวยแบบสาวมั่น ดวงตาคมดุน่าเกรงกลัว แต่สำหรับผู้ชายด้วยกันแล้วมันกลับน่าดึงดูดมากกว่าน่ากลัวเป็นไหนๆ ด้วยเพราะต่างอยากให้ดวงตานี้มาสยบอยู่แทบเท้าทั้งนั้น แม้แต่ผมก็ยังแอบคิดอกุศลไปด้วยทุกครั้งที่เจอ

หุ่นนี่ไม่ต้องพูดถึง ผมเห็นทีไรต้องอิจฉาไอ้อาร์มทุกทีที่มันมีแฟนหุ่นน่าขย้ำขนาดนี้ เอวคอด บั้นท้ายงอนงาม สะโพกผายแบบแม่พันธุ์ หน้าอกก็อวบใหญ่ใช่ย่อย ดูใหญ่เต็มไม้เต็มมือ ยิ่งมาอยู่กับหุ่นเล็กๆ อย่างนี้เลยยิ่งดูใหญ่น่าจับน่าขย้ำเข้าไปอีก

ถ้าจะให้ผมตัดสินระหว่างขนาดหน้าอกของสองสาวนี่ล่ะก็ คงตัดสินใจยากน่าดูว่าใครใหญ่กว่ากัน

นั่นแหละครับ เพื่อนสาวของแฟนผม ส่วนน้องฟางคงไม่ต้องบรรยายมาก รายนั้นก็หุ่นแซ่บไม่แพ้กัน ไม่งั้นผมคงไม่ยอมเสียเงินซื้อยามาตั้งแพงหรอกครับ

หลังจากถูกบังคับจนต้องจำใจไปน้ำตกด้วย ผมก็ออกจะหงุดหงิดนิดหน่อยที่ต้องแหกขี้ตาตื่นเช้ามาในวันเสาร์อย่างนี้ เด็กมหาวิทยาลัยปี 4 มันก็อยากพักผ่อนกันบ้างหลังจากเรียนมาเหนื่อยๆ ตลอด 5 วัน แต่นี่ต้องมาตามใจแฟน เอากระเป๋าออกมาจากหอแต่เช้ามา ขึ้นรถกระบะ

และอย่างที่ผมบอกไปแล้วว่าผมขับรถใหญ่ไม่เป็น คนขับรถกระบะจึงไม่ใช่ใครที่ไหน ก็คือน้องเหมยนั่นเอง เพราะคนอื่นคงจะไม่ชำนาญพื้นที่เท่าคนในพื้นที่แน่นอน

รถกระบะคันใหญ่ออกจากมหาวิทยาลัยมุ่งตรงไปยังน้ำตกตามกำหนดการ

ข้าวหอม ฟาง และแฟนผมนั่งคุยกันตามประสาสาวๆ ที่เบาะหลัง ส่วนผมมานั่งคู่คนขับอย่างน้องเหมย ดูสาวน้อยหุ่นสวยแสนมั่นขับรถไปตลอดทาง

ระหว่างทางสาวๆ ต่างคุยกันสนุกสนาน แม้แต่แฟนผมก็ยังไม่ได้สนใจอะไรผมที่คอยเล่นโทรศัพท์อยู่ข้างหน้า โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าตอนนี้สายตาผมกำลังแอบมองหน้าอกตั้งเต้าที่ดันเสื้อยืดคอกลมตัวเล็กๆ ออกมาเห็นเป็นลูก ยิ่งถูกเข็มขัดนิรภัยรัดพาดผ่านร่องอกไป มันยิ่งทำให้เห็นเต้ากลมสวยในร่มผ้าชัดเจน

ผมมองมันไปตลอดทางและปล่อยให้ท่อนควยในกางเกงแข็งปั๋ง

จินตนาการไปไกลถึงไหนต่อไหน แต่แล้วก็ต้องหยุดคิดเมื่อรถมาจอดอยู่หน้าอุทยานเรียบร้อย

“เช่าบ้านพักไว้ยังแก” น้องเหมยถามเพื่อนสาวระหว่างปลดเข็มขัดนิรภัย

ผมเลิกคิดอกุศล ท่องในใจว่าเพื่อนแฟนๆๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองไปคิดทำอะไรมิดีมิร้ายสาวเสียงเหน่อเข้า

“จองไว้แล้วแก เมื่อกี้เพิ่งโทรยืนยันเขาไป บ้านพักเราอยู่ไกลเลย รีบลงเถอะ” น้องข้าวหอมบอก

เราเดินเข้าป่านั้นไปตามทางมุ่งขึ้นที่พักอุทยาน ส่วนของที่พักไม่ได้ใกล้กับน้ำตกเลยสักนิด อาจเพราะป้องกันไม่ให้คนมักง่ายทิ้งขยะลงมาตามน้ำตกหรือทิ้งขยะรบกวนธรรมชาติ เดินลัดเลาะเข้าไปลึกพอสมควรถึงจะถึงที่พักของเรา มันเป็นบ้านพักแยกเป็นหลังๆ ติดกัน 5 หลัง แต่ละห้องพักได้ 2 คน

ตอนแรกแฟนผมอ้อนจะนอนด้วยแต่โดนสายตาเพื่อนๆ มองแรงกับคำจิกกัดอีกหน่อย เลยได้แยกกันสมใจผม เพราะยังไงก็จองบ้านพักไว้ 3 หลังอยู่แล้ว

พอวางของจัดของเสร็จ มิวายแฟนผมเข้ามาหาถึงห้องกับน้องฟาง แต่ท่าทางฟางจะไม่ค่อยอยากมาเท่าไหร่นัก เพราะดูจากสีหน้ากระอักกระอ่วนนั่นแล้ว ผมพลอยจะกระอักกระอ่วนไปด้วย เหมือนเมียหลวงกับเมียน้อยมาอยู่ต่อหน้าผัวยังไงอย่างนั้น

“สบายเลยอ่ะดิ อยู่คนเดียวอย่างนี้อ่ะ” แฟนผมถาม ท่าทางหงุดหงิดหน่อยๆ ที่ไม่ได้มานอนด้วยกัน

“ก็ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่หรอก แค่คืนนี้จะนอนแก้ผ้า” ผมพูดไปก็แอบชำเลืองตามองเงฟางไป สาวผิวเข้มเม้มปากบางหลบสายตาผม หันไปมองทางอื่น เห็นแล้วอยากดึงไปขย่มในห้องน้ำให้รู้แล้วรู้รอด

“เชอะ พูดไปเถอะ นอนคนเดียวขอให้ผีหลอก” แฟนผมสะบัดหน้าหนีอย่างน่ารักน่าชัง แล้วเดินออกไปเลย

ผมได้แต่ยิ้มให้สองสาวแล้วตามออกไปด้วย

วันนี้เรามีโปรแกรมกันว่าจะเล่นน้ำตกกันจนถึงเย็น ค่อยไปหาอะไรกินกันที่ร้านอาหารตรงจุดพักรถ ต่างคนเลยต่างแต่งตัวเตรียมลงน้ำเต็มที่ และเหตุการณ์ที่ทำให้ผมต้องตบะแตกก็เกิดจนได้

ผมเล่นน้ำอยู่ถัดลงมาจากสาวๆ เพื่อระวังความปลอดภัยให้ แล้วแฟนผมก็ลงมาเล่นน้ำด้วย ต่างคนต่างสาดน้ำกันอยู่

แต่แล้วจู่ๆ ไม่รู้สามสาวข้างบนคิดยังไงถึงได้เอาห่วงยางจากไหนไม่รู้มาเล่น นั่งกลางห่วงยางแล้วให้น้ำพัดไปเหมือนเรือยางยังไงอย่างนั้น เรามากันช่วงหน้าฝนน้ำเยอะด้วย พอเล่นอย่างนี้เข้า ห่วงยางเลยไหลตามน้ำลงมาอย่างแรงทั้งคนทั้งห่วงยางตรงลิ่วมาทางผม

ผมเห็นสามสาวลอยมาเร็ว ผมเลยบอกให้แฟนช่วยดัก

น้องฟางลอยมานิดเดียวก็ติดโขดหินสองข้างอยู่นิ่งกับที่ แต่ข้าวหอมกับเหมยลอยมาทีหลังชนเข้ากับห่วงของฟางอย่างจัง กระเด็นไปคนละทิศ

ผมกับแฟนรีบพุ่งไปคนละฝั่ง แฟนผมไปทางน้องข้าวหอม ส่วนผมพุ่งไปจับห่วงน้องเหมย แต่ทำได้แค่คว้า น้ำไหลแรงทำให้เราสองคนปลิวไปตามทางน้ำ

ผมพลิกห่วงยางหวังว่าจะดึงน้องเหมยออกมาไม่ให้ลอยไปกับกระแสน้ำ

พอดีกับที่ผมสะดุดโขดหินใต้น้ำล้มลง ยังดีที่ถัดจากโขดใต้น้ำนั้นมีท้องน้ำเป็นกรวดและน้ำลึกพอ เพราะเลยช่วงน้ำตกไปแล้ว ทำให้หัวไม่กระแทกอะไรเข้า แต่เราสองคนก็ต้องถูกกระแสน้ำพัดไปต่อแบบที่ควบคุมไม่ได้

เหมยคว้ากอดคอผมอยูตลุด กดหัวผมจม

ผมกลัวตายสุดชีวิต คว้ามือป่ายแปะไปทั่ว คว้าเอาคอเสื้อเหมยได้ก็กระชากดึงให้หัวโผล่พ้นน้ำบ้าง

“เฮ้ย! ปล่อยพี่!” ผมตะคอกสุดเสียง

น้องเหมยชะงักจากตกใจนิดนึง ผมรีบใช้เสี้ยววินาทีนั้นตีขาออกห่าง กลัวถูกกดอีก แล้วจ้วงแขนว่ายเข้าไปหาอีกครั้ง

ด้านหลังเหมยอีกไม่ไกลนักเป็นต้นไม้ใหญ่ยื่นกิ่งลงมาในน้ำ ผมเลยคว้าคอเสื้อด้านหลังของเหมยที่กำลังตกใจตีน้ำเปะป่ะ ดึงเข้าไปใกล้ๆ ต้นไม้แล้วคว้าเอากิ่งนั้นเอาไว้ กิ่งไม้ลู่ตามน้ำหนักของเราสองคนและกระแสน้ำเข้าหาฝั่ง

ผมดันเหมยให้ไปเกาะขอบตลิ่งก่อน รอดูจนกระทั่งสาวน้อยเสียงเหน่อขึ้นไปได้ถึงเอื้อมมือไปหา

“ดึงพี่ขึ้นไปด้วยเหมย” ผมเรียก

น้องเหมยหันมาคว้าแขนผม ทำให้ผมได้เห็นเสื้อด้านหน้าของเหมยเป็นครั้งแรก

คงเพราะแรงกระชากของผมตอนตะเกียกตะกายตัวให้พ้นน้ำเลยทำให้เสื้อคอกลมของเหมยขาดลงมาถึงราวนม มิหนำซ้ำชั้นในยังร่นลงมา เผยให้เห็นเนินนมอวบอิ่มกลมขาวอีกด้วย มันทั้งสวยทั้งใหญ่ แถมยังมีจุกเล็กๆ สีชมพูโผล่ออกมาอวดสายตาผมอยู่หน่อยๆ ด้วย

พอขึ้นจากน้ำมาได้ ผมเลยถอดเสื้อตัวเองโยนไปให้ ก่อนจะล้มตัวลงนอนแผ่หอบเหนื่อยสุดชีวิต

“แฮก! แฮก! แฮก! เหมยเอาเสื้อพี่ไปใส่ไป เสื้อเหมยขาด”

“ว้าย!!!” เหมยรีบหันหนี คว้าเอาเสื้อผมไปด้วย “เห็นอะไรป่าวเนี่ย”

“มองทำไม ไม่เห็นมีอะไรน่ามอง” ผมพูดไปอย่างนั้น ทั้งที่ในหัวจินตนาการไปถึงไหนต่อไหนเรียบร้อย

“ใส่เสื้อไป พี่จะปิดตาให้ ไม่มองหรอก” ผมบอก หลับตาลงหอบต่อ

ความเหนื่อยอ่อนรอจนกระทั่งมีคนมาสะกิดแขนนั่นแหละถึงจะเงยหน้าขึ้นมามอง

“เสร็จแล้วพี่” น้องเหมยเรียก

ผมลืมตามาเห็นสาวหุ่นสวยเปียกปอนอยู่ในชุดกางเกงขาสั้นกับเสื้อตัวหลวมๆ สีเทา ก็ต้องควยแข็ง ไม่ใช่แค่ดูเซ็กซี่เท่านั้น แต่เสื้อเปียกๆ มันยังเรียบลู่ไปตามเนินนมกลมๆ ทั้งสองเต้าจนเห็นได้ว่าเหมยไม่ได้ใส่บรา แถมหัวนมยังตั้งชันดันเสื้อออกมาให้เห็นชัดเจน

“จะกลับกันยังไงล่ะเนี่ย” เสียงน้องเหมยดังดึงสติผมให้กลับมาจากเต้าสวยๆ จนได้

ผมลุกขึ้นนั่ง ตั้งใจเกร็งหน้าท้องโชว์ซิกแพคให้ได้เห็นบ้าง พร้อมกับสังเกตสายตาเหมยไปด้วย

“พี่ว่าอย่าเดินกลับเลยดีกว่า เดี๋ยวจะยิ่งหลง อยู่ริมตลิ่งอย่างนี้แหละ กู้ภัยจะได้ตามหาง่ายๆ เดี๋ยวพี่ไปหาไม้แห้งๆ มาก่อไฟก่อนดีกว่า จะได้อุ่นๆ”

“พูดอย่างกับมีไฟแช็ก”

“ก็มีไง อยู่ในกางเกงเนี่ย” ผมตบกางเกงขาสั้นเปียกๆ ให้ดู

“ดูดด้วยเหรอพี่” น้องเหมยถามต่อ ท่าทางจะเปิดเรดาร์จับผิดผมเต็มที่

“555 ดูดอะไรล่ะ ขึ้นเขาไม่พกไฟแช็ก เกิดแอกซิเดนต์ขึ้นมาตายอย่างเดียวดิ นี่ก็แอกซิเดนต์เห็นป่ะ” ผมตอบยิ้มๆ

หลังจากหาไม้มาก่อไฟเสร็จ เราสองคนก็นั่งผิงไฟกันเงียบๆ กระทั่ง

“…ขอบคุณนะพี่ชลที่มาช่วยเหมยอ่ะ”

“ไม่เป็นไรๆ รอดมาได้ทั้งคู่ก็ดีแล้ว ว่าแต่พี่กระชากเหมยแรงไปรึเปล่า เห็นเสื้อขาดเลย”

“ไหนบอกว่าไม่เห็นไงพี่ชล”

“ก็เห็นนิดหน่อยอ่ะ” ผมพูดยิ้มๆ ทำเอาสาวเสียงเหน่อทุบแขนผมดังอั๊ก “ระวังเถอะ อยู่กับพี่สองคนอ่ะ เดี๋ยวพี่ปล้ำนะ”

“กล้าก็ลองสิพี่ชล แฟนพี่มา เหมยจะได้ฟ้องให้”

“อ้าว ท้า…” ผมยิ้มดึงร่างผอมนั่งตัก

น้องเหมยดิ้นขัดขืนจะลุกหนีพร้อมกับหัวเราะไปด้วย แต่ถูกผมกอดเอวรั้งเอาไว้ ทำเป็นจะหอม

“ว้าย! พี่ชล อย่าสิ อย่าเดี๋ยวเหมยฟ้องแฟนพี่นะ” น้องเหมยร้อง แต่ยิ่งร้องยิ่งดิ้น สะโพกงามๆ ก็ยิ่งบดท่อนลำในกางเกงเปียกๆ ไปด้วย มันค่อยๆ พองตัวขึ้น กระทั่งแข็งแต้มที่พาดกับก้นน้องเหมย

“อุ๊ย” สาวเสียงเหน่ออุทานตกใจ หยุดบดสะโพก ปล่อยให้ผมแกล้งกอดแกล้งหอมต่อ

ถึงจะหลบปัดป้องมือผม แต่น้องเหมยกลับมองหน้าผมนิ่งผิดปกติ พวงแก้มสองข้างแดงซ่าน

“นิ่งอย่างนี้ เดี๋ยวก็ปล้ำจริงๆ หรอก” ผมรวบมือเหมยทั้งสองข้างกดไว้กับตัก ไม่ให้ปัดป้องได้อีกแล้ว ยื่นหน้าเข้าไปหอม

น้องเหมยย่นคอหนีอีกครั้ง “ย-อย่าพี่ชล ปล่อยเหมยได้แล้วพี่ ใครมาเห็นจะไม่ดี”

“แต่อยู่อย่างนี้อุ่นกว่าผิงไฟนี่” ผมอ้าง ไม่อยากปล่อยมือจากเรือนร่างหอมๆ นุ่มนิ่มนี้เท่าไหร่ พร้อมกับขยับเอวนิดๆ ปล่อยให้ท่อนเนื้อกลางตัวได้บดเบาๆ กับเนินเนื้ออุ่น โดยมีแค่กางเกงขวางกั้นไว้

“อือ…แต่ปล่อยได้แล้ว เหมยอึดอัด” สาวน้อยดึงมือออกจากมือผมที่เลิกกดไปแล้ว และลุกมานั่งผิงไฟเงียบๆ ด้านข้าง

ผมอมยิ้มหันไปมองสาวเสียงเหน่อเพื่อดูพวงแก้มแดงก่ำให้ชัดๆ

“อายอะไร กลัวพี่ปล้ำขึ้นมารึไง”

“บ้า ใครจะกลัวพี่ล่ะ ลองกล้าขึ้นมาสิ ฟ้องแฟนพี่แน่”

“เอะอะก็ฟ้องๆ งั้นพี่ทำให้ฟ้องเลยจริงๆ เลยเอามั้ย” ผมหันไปจับไหล่เหมยกดลงนอนกับดิน ขยับขึ้นคร่อม ก้มลงกระทั่งสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ กับยอดอกชูชันที่เบียดตัวอยู่กับแผ่นอกของผม

“พี่จูบจริงๆ นะ”

“กล้าก็ลองสิ อื้อ!!” น้องเหมยเบิกตากว้างเมื่อถูกผมก้มลงไปจูบจริงๆ

ไม่แค่นั้น ผมยังกดหน้า เม้มกัดริมฝีปากสวยเบาๆ อีกหน่อยเพื่อให้มันเปิดออก พร้อมกับขยับสอดลิ้นเข้าไปลิ้มรสหอมหวานภายใน

น้องเหมยครางอือๆ มือสองข้างดิ้นรนออกจากการจับกุมของผมด้วยแรงอันน้อยนิด เอวผมค่อยๆ ถูลากขึ้นลากลงให้ท่อนเนื้อในกางเกงได้บดเบียดกับเนินเนื้อกลางหว่างขาสาว

เหมยส่ายเอวน้อยๆ หนีความเสียวที่ผมเสนอให้ ทั้งที่ริมฝีปากเริ่มอ้าเม้มและล้วงลิ้นมาตวัดรัดลิ้นผมบ้างแล้วเหมือนกัน ดวงตาคนตัวเล็กหรี่น้อยๆ ด้วยความเคลิบเคลิ้ม

ในไม่ช้าสะโพกสวยๆ ก็เริ่มเด้งรับการบดท่อนเนื้อกลับมาเป็นจังหวะเดียวกัน

ผมปล่อยมือจากการเกาะกุมข้อมือลงมาถลกเสื้อเปียกๆ ขึ้นเหนือเนินอก มันขาวอวบกลมสวย ดูเต็มมือ ยังตั้งชันไม่มีหย่อนยานสมกับเป็นนมสาว

ผมก้มลงดูดเม้มยอดเต้าสีชมพูอ่อนชูชันด้วยความกระหายหิว อีกเต้าถูกขยำเน้นๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยว

“อือออ…พี่ชลอย่า แบบนี้มันผิดนะพี่” น้องเหมยครางห้ามด้วยเสียงแผ่วเบา แต่กลับแอ่นอกสวยเชิดขึ้นมารับการดูดอย่างต่อเนื่องของผม

มืออีกข้างก็ไม่อยู่นิ่ง ค่อยๆ ดึงกางเกงเหมยลงทีละนิดทุกครั้ง กระทั่งมันร่นลงไปถึงข้อเท้า

“ว้าย!! พี่ อื้อ!!!” เหมยอุทาน ยกมือขึ้นปิดปากกลั้นเสียงร้อง เมื่อถูกผมเลื่อนหน้าลงซุกกับกกขาเรียวขาว ส่ายหน้าฟัดกลีบแคมน้อยไปพร้อมกับแยงลิ้นแหย่เข้าไปชิมรสสดคาวในกลีบแคม

น้ำเมือกลื่นๆ ไหลเจิ่งนองออกมาเยิ้มฉ่ำอยู่ก่อนแล้ว ผมแสยะยิ้มในใจเมื่อรู้ว่าเหมยก็อยากไม่แพ้กัน

“พ-พี่อย่า อ๊า!! ไม่เอา หยุดได้แล้–ซี๊ดดด” น้องเหมยพูดแทบไม่เป็นคำ สองขาค่อยๆ กางออกแอ่นขึ้นให้ผมยกซดได้ทุกหยด มือน้อยๆ เลื่อนลงมากดหัวผมซุกเข้ากับหว่างขา

“อือ…เหมยเสียว อือออ”

ผมเลียกินหยาดน้ำหวานของสาวสวยไป มือสองข้างก็ไม่ยอมอยู่นิ่ง ถอดกางเกงตัวเองถีบยันให้พ้นขา ปล่อยให้แท่งเนื้อแข็งหลุดออกมาตั้งชันเป็นอิสระอยู่ภายนอก

ผมผละจากกลีบเนื้อนุ่มชุ่มน้ำหวาน เลื่อนตัวขึ้นคร่อมร่างสวยเอาไว้ มือผมกุมข้อมือเล็กๆ ลงมาหาท่อนเนื้อ

พอปลายนิ้วเหมยสัมผัสกับเอ็นเนื้อก็ชักกลับด้วยความตกใจ แต่ผมไม่ยอมให้สาวน้อยได้ทำตามหวัง ยิ่งจับดึงเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด

“ลองจับมันดูสิเหมย มันเป็นของเหมยนะ”

ฝ่ามือนุ่มยังไม่กล้าแตะมันในทันที แต่พอเห็นผมไม่ยอมปล่อยง่ายๆ เหมยก็จำใจใช้ฝ่ามือนุ่มรวบกำมันเอาไว้

ผมคลายมือออกจากการกำข้อมือเหมยนิดหน่อยแล้วนำทางให้มันรูดชักช้าๆ แล้วค่อยๆ จับปลายหัวหยักจ่อกับปากแคมเนื้อชุ่มเมือกชุ่มน้ำลาย ถูไถมันช้าๆ

ผมก้มลงประกบปากกับริมฝีปากนุ่ม เหมยอ้าปากรับมันพร้อมกับส่งลิ้นกลับมาตวัดเกี่ยวพันในทันที

มือผมลงมือเคล้นคลึงถันอวบกลมกระชับเต็มมือ จนเนื้อนุ่มๆ ล้นออกตามง่ามมือทั้งสองข้าง

“อืมมม” เหมยร้องครวญคราง แอ่นอกยกเต้าสู้ มือข้างที่กำท่อนเอ็นเอาไว้ถูไถมันอัดกับปากร่องนุ่มแรงขึ้น

ผมเสียวใจจะขาด อยากกระแทกเอวอัดท่อนเนื้อแน่นเข้าไปให้หมดทั้งลำ

“อูยย เหมยจ๋า พี่เสียวไปหมดแล้วนะ” ผมพูด เริ่มกระเด้าเอวให้ปลายท่อนเนื้อได้ถูกปากแคมคาบมันเอาไว้

“ซี๊ดดดด จะทำอะไรน่ะพี่ชล อย่าเอาเข้านะ” เหมยถาม ยังคงลากมันถูร่องแคมขึ้นๆ ลงๆ ไม่หยุด

“อืออ เหมยจะทำพี่คลั่งตายอยู่แล้ว…พี่ไม่เอาเข้าหรอก ใช้มันให้เต็มที่เลยเหมย อูยยย” ผมโยกเอวกระเด้าแรงขึ้นอีกนิดให้ท่อนเอ็นลากไล้ผ่านปากแคมด้านล่างขึ้นไปถึงติ่งเนื้อตรงส่วนบน แคมเนื้อคาบหุ้มมันอย่างเต็มที่ พร้อมกับขับเมือกชโลมจนลื่น

“อูยยย เสียว!!! เร็วๆ เลยพี่ชล เหมยจะถึงแล้ว!!!!”

“อือออ” ผมจับเอวเหมยแน่น สาวเข้าสาวออกยาวๆ ให้ท่อนเนื้อสัมผัสความสาวได้ทุกส่วน

เหมยสูดปากคราง หลับตาเชิดหน้าสูง มือนุ่มๆ เร่งถูขึ้นถูลงให้เร็วขึ้นอีก

“ซี๊ดดดด เหมยจะไม่ไหวแล้วพี่ จะถึงอยู่แล้ว อ๊ะ!! อ๊าย!!!”

เหมยแอ่นสะโพกขึ้น พร้อมกับกดหัวหยักลงไปมากเกินไปนิด ทำให้มันจ่อปากทางเข้าพอดี เป็นจังหวะเดียวกับที่ผมอัดกระแทกเอวเข้าไป ทำเอาสาวน้อยอุทานออกมา ลืมตามองผมไปพร้อมกับขมวดคิ้วน้อยๆ

ส่วนผมรู้สึกผ่านท่อนเนื้อกลางหว่างขาได้เลยว่ามีแรงบีบรัดรุนแรงรอบๆ มัน ยิ่งเร่งเร้าความเสียวให้ผมกระเด้าเข้าไปเรื่อยๆ

“โอ๊ย!ๆ ย-อย่า ม-มันเข้ามาแล้วๆๆ อ๊า!!!” น้องเหมยร้อง ใบหน้าบิดเบี้ยว ร่างน้อยๆ กระตุกเกร็ง

แต่ถึงตอนนี้ผมก็หน้ามืดตามัวไปเรียบร้อยแล้ว สองมือล็อคเอวคอดแน่น กระเด้าท่อนเนื้อแท้เข้าไป กระทั่งปลายหัวหยักชนกึกเข้ากับปากมดลูก

ในร่องเหมยทั้งลื่นทั้งตอดรุนแรงจนท่อนเนื้อทั้งลำขยับออกมาไม่ได้ ยังดีที่สาวน้อยเสียงเหน่อเสร็จไปก่อน เลยมีน้ำหล่อลื่นไหลเยิ้มชุ่มภายใน ทำให้ผมไม่ค่อยรู้สึกอึดอัดมากนัก

ผมต้องกดแช่มันเอาไว้อย่างนั้น เปลี่ยนมาเป็นกอดจูบลูบไล้ปลอบประโลมให้เหมยผ่อนคลายลง

“ของเหมยแน่นจนพี่เสียวไปหมดเลยรู้มั้ย” ผมกระซิบ มองใบหน้าสวยคมแดงก่ำด้วยความอาย

ธารน้ำตาน้อยๆ ไหลลงมาตามร่องแก้มเนียนละเอียด

“มันเข้ามาจนได้นะพี่ เจ็บนะรู้มั้ย”

“เหมย…” ผมก้มลงจูบเบาๆ ซับน้ำตาให้สาวน้อยตรงหน้า “…พี่ขอนะ”

“อย่า…อือ” สาวเสียงเหน่อถูกปิดปากลงอีกครั้ง

เอวผมขยับลากเอาท่องเนื้อแท้ออกมาช้าๆ ก่อนจะเสียบกลับเข้าไปอย่างนุ่มนวล เหมยแอ่นสะโพกยกขึ้นรับด้วยความเสียว แล้วเอียงคอปล่อยให้ผมซุกไซ้ใบหน้า สูดกลิ่นหอมอ่อนๆ จากซอกคอ

“อืออ พอเถอะพี่ชล” ถึงจะร้องห้ามแต่เหมยไม่ได้ขัดขืนอะไรผมเลยสักนิด ร่างเล็กๆ ขยับตัวเพียงเพื่อจะตอบสนองแรงบดอัดจากท่อนเนื้อผมเท่านั้น

ในไม่ช้าเสียงร้องห้ามก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงร้องครวญครางด้วยความเสียว แขนสองข้างขยับขึ้นมา กางนิ้วขยุ้มแผ่นหลังของผมเพื่อระบายความเจ็บปวดและความเสียวซ่านที่ได้รับ

“อูยยย พี่ชลอย่า…ซี๊ดดดด อย่าพี่ เหมยจ-เจ็บ” เสียงร้องระงมดังขาดเป็นห้วงไปกับแรงกระแทกของผม

แรงตอดดูดภายในเร่งเร้าให้แก่นกลางกายร้อนผ่าว อุ่นซ่านไปทั่วทั้งร่าง แทบจะทำให้ผมปลดปล่อยสายธารแห่งความสุขอยู่รอมร่อ แต่ต้องแข็งใจทนนำให้สาวน้อยตรงหน้าถึงสวรรค์ไปด้วยกันให้ได้

ร่างกายแกร่งบดเบียดช้าลงเพื่อผ่อนความเจ็บปวดให้กับสาวน้อยใต้ร่าง แต่ยังคงเข้าสุดออกสุดตามเดิม

“หายเจ็บรึยังเหมย” ผมถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่ากับความอดทนที่กำลังจะปริขาดออกจากกัน

“อืออ” สาวเสียงเหน่อหลับตาเชิดหน้า ครางเบาๆ ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธแต่อย่างใด

“ซี๊ดดดด เหมยจ๋า พี่จะเร่งแล้วนะ” ผมหมดความอดทนกับการรอคอยในที่สุด จับข้อพับยกขาสวยขึ้นแยกออกจากกัน เร่งจังหวะรักซอยถี่ขึ้นเรื่อยๆ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังตั๊บๆๆ ต่อเนื่อง

“อูยยย ลึก! ลึกเกินไปแล้ว!! จะออกอีกแล้ว เหมยเสียวไปหมดแล้วพี่!!!” น้องเหมยขมวดคิ้วมุ่น ร้องครางแทบไม่เป็นภาษา

ผมยิ่งเน้นกระแทกหนัก โล้ตัวสุดแรง

“พี่!..ก็!..ใกล้แล้ว!!!” ผมคำรามในลำคอ ตะบันเอ็นเนื้อแท้เข้าไปไม่พัก

เหมยเกร็งนิ้วจิกแผ่นหลังผม ใบหน้าสวยแสดงออกราวกับจะขาดใจ

“อย่า…ข้างใน” เสียงเหมยขาดเป็นห้วงๆ ดูน่าสงสาร

แต่ผมนี่สิแทบจะขาดใจตายกับแรงตอดรัดถี่หนักในร่องสาว จนพูดอะไรไม่ออก ถ้าเทียบกับฟางล่ะก็ แรงตอดของสาวนักกีฬายังต้องชิดซ้ายเลยทีเดียว

ในจังหวะสุดท้าย ผมกัดฟันกระแทกสุดลำ ให้หัวบานชนปากมดลูกจังๆ ก่อนจะชักออก เตรียมจะเอามาแตกข้างนอก

แต่น้องเหมยกลับแอ่นสะโพกขึ้นตามท่อนเนื้อมาในจังหวะถอน ทำเอาผมกลั้นไม่อยู่ ต้องอัดท่อนเนื้อสวนเข้าไปอีกครั้ง ปลายดอกเห็ดของผมสัมผัสได้ทันทีว่ามันได้ฝ่าเข้าไปในช่องทางคับแคบและถูกรัดไม่ให้ออกมาเป็นที่เรียบร้อย

ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าหัวหยักของผมผ่านปากมดลูกเข้าไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“อี๊ยยยยย!!!!” เหมยร้องเสียงหลง กระชับแขน ดึงแผ่นหลังผมให้ร่างเราเข้าไปสัมผัสกันแนบชิด พร้อมกับแอ่นสะโพกค้างรับสายธารแห่งชีวิตที่ถูกเก็บสะสมมาร่วมอาทิตย์จนข้นคลั่กเข้าไป

ผมใช้แรงทั้งหมดที่มี กดท่อนเนื้อสุดความยาวเข้าไปนิ่งค้างอย่างนั้น กระทั่งได้ระบายออกมาหมด

เราสองคนหอบเหนื่อยแทบขาดใจ

“อา…เมียพี่” ผมถอนหายใจหนักๆ อย่างมีความสุข ก้มลงจูบหน้าผากสาวน้อย ไล่ลงมาตามสันจมูกถึงริมฝีปากนุ่ม และอ้อยอิ่งชิมมันช้าๆ อยู่เนิ่นนาน

“…พอแล้ว” เหมยหันหน้าหนีด้วยความละอายที่ได้ผมซึ่งแฟนของเพื่อนสนิทมานอนด้วย “พี่ก็เสร็จแล้วนี่ เราหยุดแค่นี้เถอะ” เหมยพูดทั้งยังหลบตา หันหน้าหนี

ผมเห็นหยาดน้ำตาน้อยๆ ไหลรินอาบแก้มลงมาเป็นสาย แล้วรู้สึกผิดขึ้นมาในใจที่หน้ามืดไปรังแกเพื่อนแฟน

“พี่ขอโทษเหมย” ผมปล่อยมือจากข้อพับขาสาวเสียงเหน่อ มาช้อนหลังขึ้นมากอด

“พอได้แล้ว” เหมยหันมามองผม ยกมือขึ้นปาดน้ำตาออก

“พี่ขอโทษ พี่จะรับผิดชอบเหมยเองนะ” ผมก้มลงจูบหน้าผากสาวน้อย

ความแข็งแกร่งของคนตัวเล็กที่เคยเห็นอยู่ทุกครั้งจนชินตา มาตอนนี้ถึงได้รู้ว่ามันแอบซ่อนความเง้างอนและอ่อนแอเอาไว้ด้วย

“ไม่ต้องหรอก เหมยรับผิดชอบตัวเองได้ ลุกไปสิ เหมยจะถือว่าครั้งนี้ทำบุญให้หมามัน”

“งั้นพี่ก็คงเป็นหมาที่มีความสุขที่สุดแล้วล่ะเหมย” ผมยิ้มกลับ รู้สึกมีอารมณ์กับสาวน้อยตรงหน้าอีกครั้งซะอย่างนั้น

“อ-อุ๊ย…” เหมยอุทานเบาๆ คงสัมผัสได้ถึงการขยายตัวของท่อนเนื้อในร่องสาวของตัวเองอยู่แน่นอน เพราะตอนนี้แท่งเนื้อของผมกลับมาแข็งอีกครั้งแล้ว

“อ-เอามันออกไปเลยนะพี่ อืออ…อย่า…” เหมยครางแผ่วเบากับการขยับเอวของผม หยาดน้ำตาหยุดไหล กลับมาคลอหน่วงที่หางตา “เหมยจะฟ้องแฟนพี่นะ”

“กล้าก็ฟ้องสิ พี่จะได้ประกาศตัวอย่างเป็นทางการเลยว่าเป็นผัวเหมย” ผมก้มลงหอมแก้มนวลขาวอีกครั้ง…คิดจะมาท้าพิสูจน์ความกล้ากับผมเหรอ รับรองได้เลยว่ากว่าหน่วยกู้ภัยจะมาเจอ ผมคงพิสูจน์ให้เหมยได้แน่ใจเลยว่าผมกล้ามากแค่ไหน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *