โดนหลอกไปขายหีที่บาร์ญี่ปุ่น

ฉันมีโอกาสได้เป็นพนักงานอยู่ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง เจ้าของเป็นชาวญี่ปุ่น สถานที่หรู ดูดี แขกที่มาก็ส่วนมากเป็นชาวญี่ปุ่นแหละ ไม่ค่อยมีคนไทย หรือคนทั่ว ๆ ไปเท่าไหร่ ดูเหมือนไม่น่าจะอยู่รอดนะ แต่ก็มีจ่ายค่าเช่าร้าน พนักงาน ค่าอะไรอีกจิปาถะ คนมาทำงาน หลายคนก็ทำไม่นาน เห็นออกอีกแล้ว แป๊บ ๆ มาใหม่แล้วก็ออกไป ได้รู้คำตอบก็เมื่อ รุ่นพี่อีกคนมาชวนไปทำงานอีกร้านนึง ซึ่งเป็นของเจ้าของเดียวกัน งานไม่มีอะไรมาก งานสบาย ไม่เสียอะไร มีแต่ได้ เงินก็ดีด้วย

มั่นใจจากทำพูดของพี่ บวกกับรายได้งามกว่าเดิมอีกกว่าสิบเท่า ไม่เสียอะไร เลยตัดสินใจไปทำด้วย

เวลาทำงานยังเป็นเวลากลางวันเหมือนเดิม เข้างานก่อน 10.30 น. แต่วันแรกถูกนัดแต่เช้าตรู่ รุ่นพี่ที่เป็นผู้หญิงเหมือนกันพาขึ้นตึกหรูหลายสิบชั้น รุ่นพี่พาไปพบชายชาวญี่ปุ่นวัยกลางคนคงเป็นระดับเจ้านาย ถอดเสื้อผ้าออก รุ่นพี่บอกอย่างนั้น ซึ่งหนูรู้ก่อนที่จะตัดสินใจมาแล้วว่าต้องแก้ผ้า แล้วแค่นอนเฉย ๆ ทางร้านเค้าจะวางอาหารของกินลงบนตัว เพื่อแขกได้หยิบกินจากเรือนร่าง

แต่ทำไมต้องแก้ผ้าตรงนี้ด้วย คนก็ออกจะเยอะ เดินไปเดินมาอยู่ แม้เหตุผลจะดี แต่จะไม่ทำตามก็คงไม่ได้ กว่าเสื้อผ้าจะหลุดออกได้แต่ละชิ้น เล่นเอาเหงื่อตกเลย แต่เหมือนผู้คนรอบข้างในฐานะลูกจ้างที่เดินผ่านไปผ่านมาไม่ได้สนใจอะไรหนูมากนัก แค่หันมาดูแค่นั้น แล้วก็ไปต่อ

เจ้านายเข้ามาดูใกล้ ๆ หนูหลับตาด้วยความกลัว ได้ยินเสียงพูดคุยที่ฟังไม่รู้เรื่อง แล้วรุ่นพี่ก็พาไปอีกที่นึง จูงเดินไปตัวเปล่า ๆ เสื้อผ้าที่ถอดออกเมื่อกี๊แต่ละชิ้นถูกวางกองไว้ที่เดิม มือข้างนึงถูกจูง อีกข้างไว้ป้องตรงเป้าด้วยความอาย ก้มหน้าเดินไปตามทาง ผ่านผู้คนไม่รู้ต่อกี่คน แม้ตอนแรกไม่ค่อยมีใครสนใจ หากแต่ตอนนี้เหมือนแต่ละคนจะหยุดดูตาม ตาไม่กระพริบ

จากที่เมื่อกี๊ เดินลงบันไดเล็ก ๆ ผ่านผู้คนทั้งหญิงและชาย ทั้งรุ่น ๆ ยันผู้ใหญ่ จนถึงห้องที่เป็นห้องแต่งตัว หนูถูกส่งต่อให้พี่เลี้ยงที่เป็นกะเทยอีกคน หนูต้องอาบน้ำล้างตัว ขณะที่พี่เลี้ยงยืนอยู่ข้าง ๆ ห่างแค่เพียงไม่ให้น้ำกระเด็นถึง ส่งแชมพู ครีมนวด สบู่ และน้ำยาสารพัดน้ำยา ให้ชำระล้างตั้งแต่หัวยันเล็บเท้า ตั้งแต่ภายนอกยันซอกหลืบ

เช็ดตัวพอแห้ง และต้องเจ็บเพราะถูกถอนขนออก เพิ่งจะมีขนขึ้นไม่นานนี้เอง แม้ยังไม่มากนัก แต่ก็ต้องถูกกำจัดออก ด้วยเหตุผลทางสเปคที่ลูกค้าต้องการ จัดแต่งทรงผม ตรวจเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อผ่านปกติ จึงถูกนำเข้าสถานที่ที่ต้องเป็นแบบอาหาร เดินไปเดินมา ถ้าปล่อยให้กลับคนเดียว คงหลงอยู่ในตึกเป็นแน่ ค่อนข้างซับซ้อน วนไปวนมา แต่ก็ไม่น่ากังวลเท่ากับการที่ต้องเดินตามหลังพี่เลี้ยงในลักษณะแก้ผ้าโทง ๆ อย่างนี้หรอก

ชีวิตหนอชีวิต อะไรมันช่างนำพาให้ต้องมาพบกับการทำงานแบบนี้ด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการเงิน คงไม่ต้องบากหน้าเดินผ่านใครต่อใครให้ได้มองดูกัน ทำไมถึงไม่ได้เรียนต่อเหมือนคนอื่น ม.4 รออยู่ตรงหน้า กลับต้องเดินเลี้ยงออกไปด้านข้าง กว่า 6 งานในรอบปีที่ผ่านมา เงินตอบแทนแต่ละที่ช่างน้อยนิด แต่ก็ปลอดภัยไม่มีอันต้องอับอายเท่าครั้งนี้ แทนที่จะได้สวมใส่ชุดนักเรียน ม.ปลาย อีกแค่สองปีก็เป็นชุดนักศึกษา กลับต้องถอดทุกอย่างออก แม้กระทั่งเสื้อผ้าที่ใส่ออกมาจากบ้าน

ในห้องอาหารขนาดไม่ใหญ่นัก มีเด็กสาววัยไล่เรี่ยกับหนู 2 คนเพิ่งจะล้มตัวลงบนโต๊ะเพื่อเป็นแบบให้วางอาหาร หนูถูกสั่งให้นอนเอาหัวชนกันกับอีกคน พี่เลี้ยงชายหญิงหลายคนช่วยจัดสถานที่และตัวแบบแต่ละคนอย่างขมักเขม้น มือทั้งสองข้างวางราบขนานลำตัว ขาถูกแยกจากกันเล็กน้อยพอสวยงาม ดอกไม้ขนาดเล็ก ๆ หลายดอกถูกวางไว้ตรงเป้าเพื่อเพิ่มความน่าสนใจ ต้องทนกับความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ อาหารแต่ละชิ้นถูกวางเรียงบนร่างกายอย่างพิถีพิถัน

หนูถูกกำชับอีกครั้ง ให้อยู่นิ่ง ๆ ห้ามหลับตา ยิ้มบ้างเมื่อแขกมองหน้าหรือพูดคุยด้วย และย้ำว่าจะไม่มีใครมาจับต้องอะไรตัวหนู ก็พอได้อุ่นใจบ้าง และยังต้องอยู่อย่างนั้นเกือบสิบนาที ประตูจึงถูกเปิดออกเพื่อต้อนรับแขกประมาณไม่น่าเกิน 20 คน แต่ละคนน่าจะเป็นชาวญี่ปุ่น ดูจากหางตาและเหลือบดูบ้าง ท่าทีแต่ละคนสนใจที่จะเข้ามาไม่ใช่น้อย แต่ก็คงไว้ด้วยความสุภาพ สมกับที่ใส่สูทผูกไทม์ ไม่ได้มีแค่แขกผู้ชาย หากแต่มีผู้หญิงด้วยเหมือนกัน ไม่เป็นคู่ธุรกิจก็น่าจะเป็นเลขาฯ

อาหารถูกหยิบด้วยตะเกียบออกจากเรือนร่างทีละชิ้นสองชิ้น ซึ่งอาหารที่เป็นหลักนั้นมีอยู่แล้ว แต่เหมือนจะเอาพวกหนูมาแค่ประดับ เสริมอาหารตาประมาณนั้น พนักงานคอยวางอาหารลงเพิ่ม เมื่อของเก่าถูกหยิบไป

จริง ๆ เป็นไปตามที่ได้ยินมาจริง ๆ แต่ละคนสุภาพ ไม่มีใครเข้ามาเจ๊าะแจ๊ะเลย ไม่มีใครฉวยโอกาสจับต้องเรือนร่างอันเปลือยเปล่าของหนูและของใคร ๆ เลย ประมาณ 3 ชั่วโมงผ่านไป ช่วงแรก ๆ มีความรู้สึกว่านานมาก ๆ เมื่อไหร่จะผ่านไปเร็ว ๆ ซะที แต่พอทุกอย่างยุติ รู้สึกว่าอะไรกัน เสร็จแล้วหรือนี่

เสื้อผ้าชุดเก่าที่สวมใส่มา ถูกเตรียมไว้ให้แล้วพร้อมกับค่าตอบแทนที่มากพอ มากเกินที่คาดคิดไว้ซะด้วยซ้ำ กลับมาบ้านซึ่งสถานที่ต่างกันลิบลับ บรรยากาศสิ่งแวดล้อม สิ่งรอบข้างก็ต่างด้วยเช่นกัน ห้องนอนที่ได้รวมห้องอื่นไว้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นห้องดูทีวี ห้องนั่งเล่น ห้องทานข้าว ห้องทำกับข้าว ห้องรับแขก ต่างรวมกันอยู่ที่นี่เพียงห้องเดียว กับแม่ที่ไม่ค่อยแข็งแรงนัก พี่ชายแท้ ๆ และน้องชายต่างพ่ออีกคนนึง

อาบน้ำไปด้วยก็นึกถึงสภาพตัวเองที่แสนจะน่าอาย พยายามล้างออกให้หมด แต่ล้างเท่าไหร่ อาบน้ำเท่าไหร่ ก็ไม่รู้สึกสะอาดขึ้น ความน่าอายยังวนเวียนอยู่รอบ ๆ แต่ได้นึกถึงแม่ และคนที่เหลือ ว่ายังมีหนูนะที่สามารถหาเงินมาจุนเจือเป็นหลักได้ ทำให้มีความกล้าขึ้นมาอีก

ไปทำงานเหมือนเดิม ต้องดูแลความสะอาดให้เรียบร้อยก่อนทุกครั้ง เวียนห้องไปเรื่อย เป็นห้องขนาดเล็กใหญ่แล้วแต่จำนวนแขก ที่นี่ไม่ได้เปิดบริการให้กับคนทั่วไป เป็นลักษณะสมาชิก นอกจากค่าตอบแทนแล้ว ยังได้ทิปพิเศษจากลูกค้าอีกด้วย บางวันก็ไม่ต้องออกงาน เนื่องจากแล้วแต่ความต้องการของลูกค้า แต่ก็ยังได้รับค่าตอบแทนด้วยบางส่วน

ลูกจ้างแบบหนูมีหลายคน มีทั้งหญิงและทั้งชาย มีตั้งแต่วัยเด็ก ๆ สิบกว่าขวบ ขึ้นไปเรื่อย ๆ จนวัยหนุ่มวัยสาว มีให้บริการตามความต้องการของลูกค้า

บางงานเสร็จห้องนี้ ต่อห้องโน้นก็ยังมี แบบหลายวัยในห้องเดียวกันก็มี มีงานนึงที่เป็นแบบมีแค่หนูกับผู้ชายวัยเดียวกัน แค่สองคน ไม่ได้อายใครหรอก อายกันเอง กว่าจะจัดเตรียมเสร็จ เล่นเอานานสองนาน

จากหนึ่งวันเป็นหลายวัน จากสัปดาห์ก้าวไปเป็นเดือน หนูยังทำงานแบบเดิมอยู่ ค่าตอบแทนได้มากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับความกล้าที่จะล่อนจ้อนต่อหน้าผู้คนด้วย นึกไปก็สบายดี ไม่มีอะไรมาก แค่นี้ก็คุ้มเกินคุ้มแล้ว ไม่เสียอะไรด้วย

แต่มันไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้นสิ ยังมีธุรกิจแฝงอยู่อีก ก็ได้รู้ลึกลงไปเรื่อย ๆ ทีละชั้น ๆ คงดูจากผลงานและท่าทีก่อนล่ะมั้ง ว่าควรที่จะให้ทำงานได้ลึกแค่ไหน ไม่รู้หนูเข้าตากรรมการยังไง แค่ความขาวและวัยละอ่อนเท่านั้นเองเหรอที่เค้าต้องการ

แรกเลย ถูกทาบทามให้ไปเป็นพนักงานเสิร์ฟ แก้ผ้าเหมือนเดิม ไม่ต้องนอน แต่ให้ป้อนแทน ป้อนอาหารใส่ปากลูกค้า นั่งอยู่ข้าง ๆ แล้วแต่แขกจะเรียกไป ส่วนมากไม่มีการจับต้องอะไร เว้นแต่ลูกค้าปรารถนาจะให้ทิปพิเศษเป็นการแลกเปลี่ยน

หนูปฏิเสธไป เนื่องจากเห็นว่าไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินมากนัก แต่คงด้วยจะถูกจัดเตรียมไว้แล้ว จึงหนีวงจรนี้ไปไม่ได้ คนขาดจึงถูกนำมาใช้เป็นเหตุผล เพียงเพื่อให้หนูได้ไปทำงานตามที่เขาต้องการ หนูถูกสอนงานด้วยเวลาอันรวดเร็ว บอกกล่าวแค่เพียงต้องทำอย่างไรบ้างเท่านั้น ที่เหลือให้ดูคนอื่นเค้า และจะมีพนักงานคนอื่นคอยสื่อสารให้

หนูและรุ่นพี่ที่ต้องทำหน้าที่นี้ เดินเข้าไปหลังจากที่แขกเข้ามาเรียบร้อยแล้ว แก้ผ้ารอให้เรียบร้อยก่อน โดยมีผ้ากันเปื้อนไว้นุ่งเพียงชิ้นเดียว ผืนก็เล็ก แม้ไม่สามารถปิดบังอะไรได้ดีนัก แต่ก็รู้สึกดีกว่าต้องล่อนจ้อนหมด พวกหนูนั่งข้าง ๆ แขกที่นั่งล้อมวงกับโต๊ะอาหารญี่ปุ่นตัวเตี้ย ๆ ต้องเสิร์ฟอาหารป้อนเข้าปากทั้งแขกด้านซ้ายและด้านขวาเลย จับตะเกียบก็ไม่ถนัดดีนัก เป็นที่น่าเอ็นดูสำหรับพวกเขามาก และทิปถูกส่งให้เป็นระยะเพื่อให้เปิดผ้ากันเปื้อนให้สูงขึ้น และถอดออกหมดในที่สุด อันนี้ก็ได้สังเกตจากรุ่นพี่ ซึ่งทุกคนต่างได้ทิปคุ้มค่ากับการเปลือยกายล่อนจ้อน

มีบ้างเหมือนกันที่แขกตั้งใจขอจับ ขอสัมผัส แต่ก็แลกด้วยทิปที่มีจำนวนมากขึ้น แรก ๆ รู้สึกรับไม่ได้เลย แต่หลัง ๆ เริ่มหลายต่อหลายครั้ง จึงเริ่มชิน และชา ทั้งด้วยการสัมผัสที่ให้เกียรติกันมาก ไม่ใช่จับแบบบีบ ไม่ใช่จับแบบล้วงลึก เมื่ออยู่กับตัวคนเดียว ยังคิดชอบและสนุกไปด้วยเหมือนกัน รู้สึกตื่นเต้นไม่เบาเลย ถ้าพูดถึงเม็ดเงินแล้ว ขนาดคนทำหน้าที่อย่างหนู แต่ละคนยังได้เงินกลับบ้านกันขนาดนี้ แล้วเจ้าของล่ะ ผู้บริหารล่ะ ไม่ได้มากกว่าหนูกี่เท่าต่อกี่เท่าเหรอ

และเป็นไปตามที่สงสัย หนูได้รับการทาบทามเพิ่มขึ้น แม้ไม่ต้องถึงขนาดแลกเนื้อแลกตัว แต่มันก็ทำให้เสมือนตกเป็นทาสทางอารมณ์ ซึ่งก็เหมือนไม่ได้เป็นตัวของตัวเองเลย เมื่อหลีกเลี่ยงอย่างไม่ได้เสีย หนูถูกพาไปฝึกงานก่อนในขั้นต้น เด็กใหม่แบบหนูมีอยู่กันสองคน รวมหนูเป็นสาม ต่างเงียบเพื่อตั้งใจฟังการอธิบายจากรุ่นพี่ ทุกอย่างจัดขึ้นในห้องทานอาหารที่สำหรับต้อนรับแขกจริง ๆ

มีพนักงานแผนกอื่นมานั่งเป็นแขก 2-3 คน รุ่นพี่ผู้หญิงสอนการเข้าหา การแสดงท่าทาง ยิ้มแย้มแจ่มใส โค้งคำนับ และเทคนิคการเรียกทิปจากแขกให้ได้เยอะ ๆ คนเยอะขนาดนี้ ยังดีที่พวกหนูได้แต่งตัวปกติ ถ้าต้องแก้ผ้าเหมือนจริงคงอายคนอื่นแย่เลย

และที่ทำให้เกือบอยากจะวิ่งหนีออกจากร้านนี้ ไม่อยากต้องทำงานนี้อีกต่อไป เงินทองอะไรไม่สนแล้ว นั่นก็คือ แทนที่จะต้องตกเป็นฝ่ายถูกทำ ซึ่งก็ไม่ขอรับทำอยู่แล้ว กลับกันพวกหนูจะต้องเป็นฝ่ายปฏิบัติการกับแขก แก้ผ้าให้แขกดู ให้แขกจับบ้าง สัมผัสบ้าง ยังพอทน แต่นี่ต้องแก้ผ้าเหมือนเดิม แขกจะนั่งเฉย ๆ เราป้อนอาหาร เมื่อเริ่มอิ่ม เราก็ต้องถอดกางเกง ถอดเสื้อผ้าเค้า จับไอ้นั่นของเค้าแล้วก็ทำให้เค้าเสร็จ ก่อนทำก็ต้องนวดไหล่ นวดเอว อะไรไปเรื่อย มีผ้าเย็น มีผ้าร้อนคอยเช็ดถู

แค่ขั้นตอนสอนงานก็เล่นซะเขินแล้ว อีตอนต้องลงมือจริงจะไม่ยิ่งกว่านี้เหรอ ดีที่ตอนสอนเนี่ย เค้าแค่ใช้ของเทียม สอนท่าทางให้ดู แต่ก็ได้ลองเทคนิคจริง ๆ กับพี่แผนกอื่น ถ้าต้องให้ทำจริงด้วย คงไม่ไหว

งานแรกที่ต้องออก ดีที่ผู้ใหญ่ยังไม่ให้ต้องลงมือจริง แค่ดูและเรียนรู้จากคนอื่นไปก่อน แต่ก็เล่นเอาแทบจะกระอักกระอ่วน แขกในห้องลักษณะนี้ จะไม่กี่คน ซัก 1-4 คนเท่านั้น ส่วนมากก็ 1-2 คน เด็กบริการก็แล้วแต่ว่าจะเลือกกี่คน ประเภทไหน เด็กสาวหรือว่าเด็กโต ผู้สาวรุ่น ก็แล้วแต่สเปค จังหวะที่เข้ามาเรียนรู้งานจริงนี่ผู้ใหญ่ให้เข้ามาเรียนรู้ในห้องที่แขกเลือกสเปคสาวรุ่น แค่ดูก็เขินสุด ๆ แล้ว

ครั้งต้องลุยของจริงด้วยตัวเอง ถึงแม้จะผ่านไปด้วยดี เงินก็ได้ดีด้วยเหมือนกัน แม้จะมีแขกแค่สองคน เด็กสาวอย่างหนู 2 คน ก็เล่นเอาแทบไปไม่รอด ต้องบริการทั้งนวดทั้งจับสารพัด พอต้องถอดเสื้อผ้าให้เค้าออก มือไม้สั่นเป็นเจ้าเข้าเลย ขนาดเด็กสาวที่เข้ามาพร้อมหนู เคยผ่านงานมาก่อน ยังสั่นตามหนูไปด้วยเลย พอแก้ผ้าให้เค้าออกหมด เห็นไอ้นั่นของเค้า ซึ่งได้เห็นของผู้ใหญ่เป็นครั้งแรกแบบจะจะก็คราวเนี้ย แถมยังต้องจับแล้วชักว่าวให้แขกอีกด้วย แล้วยังมีการผลัดคนด้วย หนูต้องทำให้อีกคน สลับกัน แต่ก็ได้เงินมาไม่ใช่น้อย

แม้จะถูกทาบทามให้ต้องรับงานที่มากไปกว่านี้ ต้องลงห้องนวดแก้ผ้าทั้งคู่สองต่อสอง ต้องออกไปกับแขก และอีกหลายอย่างสารพัด แต่หนูยังคงยืนกราน เข็มแข็ง ไม่เห็นแก่เม็ดเงินที่ถูกล่ออยู่ข้างหน้าด้วยมูลค่ามหาศาล ด้วยที่หนูตัดใจเป็นไงเป็นกัน จะกดดันให้ออกก็ออก ไม่ง้อ เงินเก็บก็มีเยอะแล้ว

ด้วยจุดนี้เอง ทำให้หนูเป็นที่ต้องการของแขกมากขึ้น แต่ละคนที่เป็นขาประจำล้วนอยากได้รับการบริการจากหนู ยิ่งเล่นตัว ยิ่งมีคนสนใจ ถ้าปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามที่แต่ละคนต้องการ ไม่นานนัก คุณค่าในตัวหนูเอง ก็ต้องลดลง ลดลงไปเรื่อย ๆ จนสุดท้าย ไม่เหลืออะไรเลย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *